scholastic philosophy

scholastic philosophy ปรัชญาอัสสมาจารย์

ผู้แต่ง : กันต์สินี  สมิตพันธ์

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

“อัสสมาจารย์” มาจากศัพท์บาลี อัสสะมะ (สก. อาศรฺมะ = ที่อยู่ของนักพรต + ศัพท์สันสกฤต อาตาระยะ (มค. อาจาริย) = อาจารย์ หมายความตามนิรุกติว่า อาจารย์ที่อยู่ตามอาศรม  เป็นศัพท์บัญญัติขึ้นเพื่อให้แปลศัพท์ภาษาอังกฤษว่า scholastic philosphersหรือ schoolmen หมายถึง นักปรัชญาตามสำนักต่างๆ ในครึ่งหลังของยุคกลาง  ซึ่งมีฐานะเป็นบาทหลวงในคริสตศาสนาที่อยู่ตามสำนักนักปรัชญา เพราะการสอนปรัชญาในสมัยดังกล่าวนี้มีการจัดระบบการศึกษาเป็นหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทุกแห่งเป็นขององค์การศาสนาคริสต์  หรือบริหารโดยองค์การศาสนาคริสต์ อาจารย์ที่สอนและนักปรัชญามีชื่อจึงเป็นนักบวชทั้งสิ้นและส่วนมากเป็นนักพรตของคณะต่างๆ ปรัชญาอัสสมาจารย์จึงหมายถึงปรัชญาของนักปรัชญาเหล่านี้ ซึ่งมีอยู่หลายสำนักด้วยกัน

การแบ่งปรัชญาอัสสมาจารย์  แบ่งตามระยะเวลาได้  5 ระยะ คือ

1)  ระยะฟื้นฟูโดยกษัตริย์ชาร์ลมาญ (ค.ศ. 800-1100)

2) ระยะสร้างปัญหา (ค.ศ. 1100-1200)

3) ระยะสร้างระบบ (ค.ศ. 1200-1274)

4)  ระยะเลือกระบบ (ค.ศ. 1275-1300)

5)  ระยะเสื่อมศรัทธาต่อระบบ (ค.ศ. 1300-1500)

ลักษณะทั่วไป

แยกเทววิทยาออกจากปรัชญา  โดยถือว่าการศึกษากันคนละระดับปรัชญาศึกษาด้วยเหตุผลตามธรรมชาติ  คือ ถือเอาสามัญสำนึกเป็นมูลบท  ส่วนเทววิทยาศึกษาด้วยเหตุผลเหนือธรรมชาติ  คือ ถือเอาวิวรณ์  (revelation) เป็นมูลบทของเหตุผล  ปรัชญากับเทววิทยาอาจจะศึกษาเนื้อหาเดียวกันในบางเรื่อง  แต่วิธีอ้างเหตุผลต่างกัน  อย่างไรก็ตาม  เทววิทยาต้องช้ปรัชญาเป็นพื้นฐาน แต่หาความรู้เหนือปรัชญาขึ้นไป ปรัชญาจึงเป็นสาวใช้ของเทววิทยา (Philosophy is the handmaid of Theology) ด้วยประการฉะนี้

ภาษา  ใช้ภาษาละตินเป็นภาษากลางสำหรับนักศึกษาทั่วยุโรปความคิดจึงเดินตามหลักภาษาของภาษาละติน

วิธีเสนอปรัชญา  เสนอในรูปนิรนัยอย่างหลวมๆ คือ ประโยคไม่จำเป็นต้องแปลงเป็นประโยคตรรกวิทยาเสมอไป  เวลาคัดตค้านก็อ้างชื่อประโยค  เช่น ขอคัดค้านประโยคอ้างเอก  ขอยอมรับประโยคอ้างโท  หรือขอแยกประโยคสรุป  เป็นต้น  วิธีการนี้เรียกว่าวิภาษวิธีแบบอัสสมาจารย์ (scholastic dialectic)

นิยมการสร้างระบบ  อาจารย์ผู้สอนปรัชญาสมัยนั้นจะพยายามสร้างระบบความคิดของตนขึ้นโดยรวบรวมเนื้อหาเท่าที่สนใจกันอยู่ในขณะนั้น  ใครสร้างระบบได้แนบเนียนดีจะมีลูกศิษย์ลูกหามาก

แนวโน้ม  ปรัชญาปิตาจารย์เน้นหนักทางผสมผสานคริสต์ศาสนากับปรัชญากรีก  ปรัชญาอัสสมาจารย์จะหันมาเน้นทางใช้ปรัชญากรีกอธิบายคริสตศาสนามากกว่าที่จะหวังผลเพียงแค่การผสมผสาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s