Sartre on Freedom

Sartre  on  Freedom  ซาตร์  กับเสรีภาพ

ผู้แต่ง : กันต์สินี  สมิตพันธ์

ผู้ปรับแก้ : กีรติ  บุญเจือ

                มนุษย์ถูกทอดทิ้งให้สร้างตัวเอง  ทั้งนี้ ก็เพราะว่าพระเจ้าเป็นเพียงสมมติฐานของคนโบราณ  เมื่อมนุษย์พบความจริงว่าไม่มีพระเจ้า  สารัตถะและความตายตัวทั้งหลายซึ่งเป็นผลสรุปของพระจ้าก็หายวับไปพร้อมพระเจ้า  มนุษย์จึงพบว่า  จุดเริ่มต้นของตนก็คือการมีอยู่หรืออัตถิภาวะ  นอกเหนือจากนี้  มนุษย์ต้องสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น  มนุษย์จึงถูกสาปให้ต้องรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเอกภาพด้วย  นักอัตถิถาวนิยมไม่เชื่อทั้งพรสวรรค์และกิเลส  ทั้ง 2 อย่างเป็นข้อแก้ตัวเพื่อเลี่ยงการรับผิดชอบ  ความจริงแล้ว  “มนุษย์คืออนาคตของมนุษย์”  ความจริง  การอ้างกฎเกณฑ์เพื่อเลือกปฏิบัติก็ดี  การขอคำแนะนำจากผู้รู้ก็ดี  เราเลือกทางปฏิบัติล่วงหน้า  แล้วเราจึงเลือกกฎและเลือกตัวบุคคลสำหรับชี้ขาดตามที่เราพอใจ  ต่อจากนั้นก็เลี่ยงการรับผิดชอบไปในตัวด้วยอย่าลืมว่า “ค่าของชีวิตของฉันได้มาจากการกระทำของฉัน”  ดังนั้น  จงรับผิดชอบด้วยตัวเองเสมออย่าหวังหรือคอยให้ผู้อื่นมารับผิดชอบแทนเป็นอันขาด  ดังเช่น  ความรักทั้งหมดอยู่ที่การแสดงความรักศิลปะทั้งหมดอยู่ที่การกระทบอารมณ์  อัจฉริยภาพทั้งหมดอยู่ที่การปฏิบัติ  “คุณเป็นสิ่งที่คุณดำรงชีวิต” ไม่มีอะไรมากกว่านั้น  พระเจ้าเป็นข้อสมมติฐานที่ล้าสมัย  นับวันแต่จะค่อย ๆ หายไปเอง อย่างไรก็ตาม  เราจำเป็นต้องยึดคุณค่าบางอย่างไว้  ดังนั้น เราต้องทำอะไรบางอย่างให้เห็นว่าคุณค่าเหล่านี้มีอยู่ตลอดไป  ถึงแม้จะไม่มีพระเจ้า

ซาร์ตร์แก้ข้อกล่าวหาว่า  ปรัชญาอัตถิภาวนิยมมิใช่มองโลกในแง่ร้ายอย่างปรัชญาของโซล่า (Emile Zola) มิได้ถือว่าคนอ่อนแอเพราะสิ่งแวดล้อมกำหนด  แต่อ่อนแอเพราะขาดความรับผิดชอบถ้าเขารู้จักรับผิดชอบ  เขาจะกล้าหาญได้ไม่ว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร  ไม่มีปรัชญาใดแล้วที่จะมองโลกในแง่ดีมากกว่านี้เพราะสอนว่า  มนุษย์เป็นผู้สร้างตัวเอง  และสามารถสร้างได้ตามปรารถนา  ไม่มีปรัชญาใดสมศักดิ์ศรีของมนุษย์มากกว่านี้  เพราะยกย่องมนุษย์เหนือวัตถุและสอนให้รับผิดชอบต่อคนอื่นซึ่งเป็นมนุษย์เหมือนเรา

แม้จะไม่มีลักษณะสากลของมนุษย์  ไม่มีธรรมชาติของมนุษย์  แต่ก็มีสภาพของมนุษย์ที่เป็นสภาพสากลไม่เปลี่ยนแปลง  เช่น  ความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตในโลก  ทำงานและตายในโลก  มนุษย์เราจะยังเลือกว่าจะปล่อยไปตามยถากรรม  หรือจะเอาชนะขอบเขตของตน

อัตถิภานิยมมิใช่สอนให้กระทำไปตามอารมณ์  อย่างที่ยีด  (Gide) สอน  เพราะมนุษย์ต้องรับผิดชอบการเลือกทุกครั้ง  ซาร์ตร์จึงเปรียบจริยธรรมแบบอัตถิภาวนิยมกับการสร้างสรรค์ทางศิลปะ  คือ ต้องสร้างตนเองขึ้นมาและต้องรับผิดชอบ  มนุษย์สร้างตัวเองจากศีลธรรมที่เขาเลือกเอง

เสรีภาพไม่มีจุดมุ่งหมายนอกจากตัวเอง  แต่ก็ตระหนักว่าเสรีภาพของฉันขึ้นอยู่กับเสรีภาพของคนอื่นทุกคน  แม้ว่าเนื้อหาของศีลธรรมจะแปรเปลี่ยนไป  แต่รูปแบบเป็นสากลเสมอ  คือ เจตนาที่จะทำให้ตัวเองและผู้อื่นมีเสรีภาพ  การตัดสินใจแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับสถานการณ์  Maggie  Tulliver นางเอกในเรื่อง  The  Mill  on  the  Floss  เลือกสละคนรักแต่งงานตามธรรมเนียม ส่วน  La Sanseverinaนางเอกในเรื่อง  Chartreuse de Parmeเลือกสละธรรมเนียมเพื่ออยู่กินกับคนรัก  ทั้งสองได้ตัดสินใจด้วยเสรีภาพและเพื่อเสรีภาพในสถานการณ์ต่างกัน  นับว่าทำถูกต้องทั้งสองคน  ดีกว่าคนไม่เป็นตัวของตัวเอง

มนุษยนิยมของอัตถิภาวนิยมไม่ใช่ลัทธิบูชามนุษย์อย่างของโอกุสต์  กงต์ (AugusteComte)  เพราะมิได้ถือว่ามนุษย์เป็นจุดหมายปลายทาง  มิได้ถือว่าความสูงส่งของมนุษย์อยู่ที่ผลสำเร็จ  แต่ถือว่ามนุษย์ต้องสร้างตัวเองอยู่ตลอดเวลา  ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์อยู่ที่การสร้าง  ไม่ใช่อยู่ที่ผลสำเร็จ  อยู่ที่ปัจจุบัน  ไม่ใช่อยู่ในอดีตหรืออนาคต

อัตถิภาวนิยมไม่เป็นศัตรูกับความเชื่อเรื่องพระเจ้า  ไม่มีหน้าที่พิสูจน์ว่าพระเจ้าไม่มีอยู่  แต่ขอยืนยันแต่เพียงว่า  แม้พระเจ้าจะมีอยู่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างอะไรเลย “สิ่งที่มนุษย์ต้องการคือการพบตัวเอง”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s