Sarter, Jean-Paul

sartre

Sartre, Jean-Paul ฌองปอล  ชาตร์

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

                ชาตร์เกิดที่กรุงปารีส  นครหลวงของประเทศฝรั่งเศส  เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน  ค.ศ. 1905  บิดาถึงแก่กรรมลงเมื่อซาตร์อายุได้ 2 ขวบเท่านั้น  มารดาจึงพาไปอยู่กับคุณตา  ซึ่งมีเชื้อสายเยอรมัน ชื่อ Charles Schwitzer ซึ่งเป็นญาติกับ  Dr. Albert Schwitzer หมอสอนศาสนาที่มีชื่อเสียงโด่งดังของทวีปอาฟริกา  ซาตร์ได้เขียนอัตชีวประวัติของตนเอง ชื่อ The Words, 1964 (คำพูด)  เพื่อแสดงถึงความรู้สึกนึกคิดของตนเองแบบเดียวกันกับออเกิสทีน  และยัง-ยากส์ รุสโซ  เราจึงสามารถรู้วิวัฒนาการทางความคิดของซาตร์ได้พอสมควร

ซาตร์ชอบอ่านและเขียนตั้งแต่ยังเยาว์วัย  อายุเพียง 9 ขวบเริ่มคิดว่า  ต้องเป็นนักเขียนเท่านั้นจึงจะมีชีวิตอมตะ  เพราะไม่เชื่อว่ามีวิญญาณอมตะ ทั้งๆที่เติบโตขึ้นในครอบครัวที่เคร่งครัดต่อศาสนาคริสต์อย่างมาก  อายุได้ 12 ขวบเท่านั้น  ก็ละทิ้งความเชื่อเรื่องพระเจ้าอย่างเด็ดขาด  ดังมีกล่าวไว้ในอัตชีวประวัติว่า “ ณ บัดดล  พระองค์ลับตาไปในท้องฟ้าสีคราม  แล้วก็หายไปโดยไม่ชี้แจงอะไรเลย ข้าพเจ้าจึงพูดกับตัวเองอย่างสงบแกมงงงวยว่าพระเจ้าไม่มีจริง  ข้าพเจ้าถือว่าเป็นการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด  และก็เป็นเช่นนั้นจริง เพราะข้าพเจ้าไม่เคยคิดอยากจะยกปัญหานี้ขึ้นมาทบทวนอีกเลย”

เมื่อสงครามสงบลง  และเมื่อประเทศฝรั่งเศสได้รับการปลดปล่อยจากพวกนาซีของฮิตเลอร์แล้ว  ซาตร์ได้ร่วมกับอารรง (RemondAron)  แมร์โล  ปงตี(Merleau-Ponty)  โบวัวร์ (Simone de Beauvoir)  กามูส์ (Albert Camus) และนักเขียนคนอื่นๆ ออกนิตยสาร ชื่อ Les Temps Modernes (The Mordern Times สมัยใหม่) มีแนวโน้มทางปลุกใจประชาชนให้เสียสละผลประโยชน์และความสุขส่วนตัวเพื่อสร้างสังคมใหม่ให้น่าอยู่กว่าเดิม  พวกนี้เรียกร้องให้ปรับปรุงสังคมตามแนวปรัชญาลัทธิอัตถิภาวนิยม  คือมนุษย์ทั้งโลกมีภาวะเหมือนกัน  นั่นคือ ไม่มีสารัตถะ  มีแต่ภาวะเสรี  จึงอยู่ในความรับผิดชอบของทุกคนที่จะให้แต่ละคนรวมทั้งตนเองมีเสรีภาพอย่างแท้จริงตามสภาพความเป็นจริง  ขบวนการนี้ถือคติพจน์ว่า แต่ละคนมีส่วนรับผิดชอบในความเลวร้ายที่เขาไม่พยายามป้องกัน (One is always responsible for what one does not try to prevent.)  คติพจน์นี้มีผลเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนรุ่นใหม่อย่างมาก  ซาตร์เขียนแถลงความรับผิดชอบซึ่งแต่ละคนต้องมีต่อเสรีภาพของมนุษย์ทั้งโลกไว้ในหนังสือ ลัทธิอัตถิภาวนิยม คือ ลัทธิมนุษยนิยม  แต่แล้วเห็นว่าพูดลอยๆ เช่นนี้มีผลน้อย  จำต้องสนับสนุนลัทธิการเมืองที่ปฏิรูปสังคมให้เข้าเป้าหมายนี้ได้จริงๆ จึงตกลงใจสนับสนุนลัทธิมาร์กซิสม์และการปฏิวัติของลัทธิคอมมิวนิสม์  ครั้นเข้าใจว่าลัทธิคอมมิวนิสม์ไม่ปฏิบัติตามหลักการของลัทธิมาร์กซิสม์อย่างจริงจัง  แต่แล้วในที่สุดก็เห็นว่า  ควรมีการปรับปรุงความคิดของมาร์กซ์บางประการให้เหมาะสมกับสมัย จึงเสนอความคิดเห็นไว้ในหนังสือวิจารณ์เหตุผลปฏิพัฒนาซึ่งเป็นการดึงความคิดของมาร์กซ์เข้าหาลัทธิอัตถิภาวนิยมนั่นเอง

ขบวนการอัตถิภาวนิยมที่ซาตร์เป็นผู้นำอยู่นั้น  ได้มีผลต่อความรู้สึกนึกคิดและชีวิตความเป็นอยู่ของคนรุ่นใหม่อย่างมหาศาล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชาวฝรั่งเศส ร้านกาแฟ เดอ ฟลอร์ (DeFlore)  ซึ่งซาตร์ชอบใช้เป็นที่นัดพบได้กลายเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเข้าร้านนั่งดื่มกาแฟ  คำอัตถิภาวนิยมกลายเป็นคำที่ใช้สำหรับการมีชีวตแหวกแนว  ทรงผมแหวกแนว  แบบเครื่องแต่งตัวแหวกแนว ฯลฯ อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง  ทำให้นักปราชญ์หลายคนไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นนักอัตถิภาวนิยม  แต่ซาตร์ยังคงมีมานะเขียนหนังสือเผยแพร่ขบวนการต่อไป  ซึ่งในระยะหลังนี้มีอาทิเช่น นวนิยายเรื่องยาว ชื่อว่า  หานทางสู่เสรีภาพ  ซึ่งประกอบด้วย 3 เล่มคือ ยุคเหตุผล, รอ, และ ความตายในวิญญาณ,และบทละครอีกจำนวนมาก เช่น ศพไร้ญาติ, โสเภณีน่านับถือ, มือเปื้อน, ปิศาจกับพระเจ้า, นักโทษประหารแห่งอัลโตนา  เป็นต้น  ใน ค.ศ. 1960  พิมพ์หนังสืออัตชีวประวัติของตนเอง  ชื่อ คำพูด เพื่อชี้แจงเบื้องหลังต่างๆ ของความคิดของตนเอง  ได้เคยสัญญาว่าจะเขียนเกี่ยวกับปรัชญาจริยะ  แต่ไม่ได้เขียน

ทางด้านการเมือง  แม้ซาตร์จะเป็นคนหนึ่งที่กระตุ้นให้ประชาชนสนใจการเมือง  แต่ตนเองไม่เคยเข้าเป็นสมาชิกของพรรคใดเลย  นอกจากครั้งหนึ่งร่วมก่อตั้งพรรค RassemblementDémocratiqueRévolutionnaireในปี ค.ศ. 1948  แต่อยู่ได้ไม่นานก็ล้ม  อย่างไรก็ตาม  ซาตร์วางตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อลัทธิทุนนิยมและลัทธิเผด็จการทุกรูปแบบอย่างเหนียวแน่น  จึงเป็นกระบอกเสียงให้โลกที่สามอยู่เสมอได้เคยคัดค้านนโยบายของฝรั่งเศสในแอลจีเรีย  สนับสนุนการปฏิวัติของชาวคิวบา  ประณามการแทรกแซงของอเมริกาในเวียดนาม ได้เป็นประธานของมูลนิธิรัสเซลล์เพื่อสอบสวนอาชญากรในสงครามเวียดนามในปี ค.ศ. 1966 คณะกรรมการรางวัลโนเบลตัดสินให้รางวัลสาขาวรรณกรมแห่งปี ค.ศ. 1964  แต่ซาตร์ไม่ขอรับ  จึงทำให้ชื่อเสียงลือกระฉ่อนมากขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s