Sales, St. Francois de

Sales, St. Francois de นักบุญฟรองซัวแห่งซาล

ผู้แต่ง : กันต์สินี  สมิตพันธ์

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

ผู้นำในการแสวงหาชีวิตพระเจ้าในสังคมขณะนั้น ได้แก่ นักบุญฟรองซัวแห่งซาล (ฝร. St.François de Sales 1567-1622)  เป็นชาวฝรั่งเศส บิดาเป็นเจ้านครรัฐซาลในแคว้นซาวอยติดกับอิตาลี   ปี ค.ศ.1581 เรียนศิลปศาสตร์ ปรัชญาและเทววิทยาจากคณะเยสุอิตที่ปารีส  ปี 1588 เรียนกฎหมายที่ปาดัวในอิตาลี   ปี 1592 ได้ปริญญาเอกทางกฎหมาย  ฟรองซัวจึงได้ชื่อว่ามีความคิดชัดเจนแบบฝรั่งเศส ละเมียดละไมแบบอิตาลี  ปีต่อมาตัดสินใจบวชเป็นบาทหลวง  ปี 1599 ได้เป็นสังฆราชแห่งอันซี (Annecy) ในแคว้นจีนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ได้ชื่อว่าเป็นนักเทศน์ที่ไพเราะจับใจ  ให้คำแนะนำที่ถูกประเด็นปัญหา  และมีมนุษยธรรมยอดเยี่ยม  ท่านเป็นเจ้าของคติพจน์ที่ว่า “น้ำผึ้งช้อนเดียวจับแมลงวันได้มากกว่าน้ำส้ม 100 ถัง”  ได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในปี ค.ศ.1665 และเป็นนักปราชญ์ของคริสตจักรคาทอลิกในปี 1877   งานนิพนธ์ที่สำคัญได้แก่ ทางสู่ชีวิตศรัทธา (ฝร. Introduction a la vie devote= Introduction to a Devout Life) และ ความเรียงว่าด้วยความรักพระเจ้า (ฝร.Traite de l’amour de Dieu= Treatisé on the Love of God)  ความคิดของท่านเกี่ยวกับวิถีสู่ชีวิตพระเจ้ามีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวคาทอลิกเรื่อยมาจนทุกวันนี้  คณะซาเลเซียนทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  ซึ่งมีสำนักหลายสิบแห่งทั่วประเทศไทย  ยึดเอาแนวทางของท่านเป็นหลักอย่างออกหน้าออกตา

วิธีแสวงหาชีวิตพระเจ้า  นักบุญฟรองซัวแห่งซาลแนะนำให้ใช้วิธีง่าย ๆ ซึ่งทุกคนปฏิบัติได้ คือ ใช้ความรักเป็นจุดเริ่มต้น  และเป็นพื้นฐานตลอดไป  ท่านสอนว่าใครมีความรักก็มีชีวิตพระเจ้าแล้ว  แต่ต้องเป็นความรักแท้เสียสละ  ยิ่งรักพระเจ้ามากก็ยิ่งมีชีวิตพระเจ้ามาก  ใครมีความรักก็จะมีความสุข  มีความชื่นชมยินดี  แต่ถ้ารักพระเจ้าความสุขและความชื่นชมยินดีก็มีบ่อเกิดจากสิ่งนิรันดร

ในเมื่อความรักพระเจ้าเป็นของมีค่าเช่นนี้ ทำไมคนจำนวนมากไม่สนใจ นักบุญฟรองซัวชี้แจงว่า เพื่อจะมีความรักได้อย่างจริงจังและถาวร  จำเป็นต้องสวดอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พระเจ้าจะทรงประทานพระหรรษทานให้แก่ทุกคนที่สวดอธิษฐานขอ  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัว คือ ยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง  ความรักพระเจ้าอย่างแท้จริงหมายถึงการละทิ้งตัวเองเพื่อเอาพระเจ้าเป็นที่ตั้งแทน  แน่นอนทีเดียวว่าตามจิตวิทยาสามัญย่อมเป็นไปไม่ได้  ต้องการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวและต้องการพระหรรษทานจากพระเจ้าช่วย  ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นเรื่องยากที่ใครคนหนึ่ง อยู่ดี ๆ  จะยอมละทิ้งตัวเองเพื่อใครคนหนึ่งที่มองไม่เห็นและหวังผลที่เห็นกับตาไม่ได้  แต่โดยอาศัยพระหรรษทานแล้วย่อมเป็นไปได้  และเป็นไปได้อย่างดีทีเดียว

เพื่อจะรักษาและพัฒนาความรักต่อพระเจ้า  ท่านแนะนำดังต่อไปนี้  คือ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทุกอย่างของศาสนา  และเพิ่มการปฏิบัติต่อไปนี้ในลักษณะที่สะดวกและเหมาะสมสำหรับแต่ละคน

1)    คิดถึงพระเจ้าเป็นครั้งคราว (ejaculatory prayer)

2)    สำรวจมโนธรรมทุกวัน (examination of conscience)

3)    เข้าเงียบทุกปี (annual retreat)

  • ขอคำแนะนำเป็นประจำจากผู้รู้ (spiritual direction)
  • ตั้งใจทำพลีกรรมในทุกโอกาส (spiritual sacrifice)

เมื่อได้ตั้งใจปฏิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้นด้วยความรัก  นักบุญฟรองซัวก็สรุปให้ความหวังว่า เมื่อได้เสียสละจนหมดสิ้นแล้ว  ก็หวังได้อย่างแน่นอนว่าจะบรรลุความรักสมบูรณ์แบบซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์สูงส่งยิ่งกว่าการปฏิบัติใด  ๆ ทั้งสิ้น

ผู้ยังอยู่ในสังคม อาจจะบรรลุปัสนาภาวนา(contemplative prayer) และสหชีวภาวนา (unitive prayer)ได้  ในทรรศนะของนักบุญฟรองซัวแห่งซาล หากพระเจ้าทรงประทานกระแสเรียกให้  และผู้ได้รับกระแสเรียก ได้อ่อนน้อมตามจนถึงที่สุด  ขั้นตอนต่าง ๆ ก็เป็นไปตามที่นักบุญเตเรซาและนักบุญฮวนแห่งไม้กางเขนได้ชี้แจงไว้

                สรุปได้ว่าวิถีเข้าสู่ชีวิตพระเจ้าของนักบุญฟรองซัวแห่งซาล เป็นวิถีกลาง ๆ ที่อาจจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกคนที่ปรารถนาจะมีชีวิตพระเจ้า  วิถีของท่านจึงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และนำไปปฏิบัติโดยประยุกต์ใช้ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละคน  หลักปฏิบัติ 5 ประการของท่านยังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวคาทอลิกในทุกประเทศทั่วโลกมาจนทุกวันนี้  รวมทั้งชาวคาทอลิกในประเทศไทยด้วย

นักบุญฟรองซัวแห่งซาลมิได้ขัดแย้งกับนักบุญฮวนแห่งไม้กางเขน เพราะนักบุญฟรองซัวคิดว่าวิถีเข้าสู่ชีวิตพระเจ้ามิได้มีวิถีเดียว แต่ละวิถีอาจจะเหมาะสมที่สุดสำหรับคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง  เช่นวิถีของนักบุญเตเรซาและของนักบุญฮวนแห่งไม้กางเขน อาจจะเหมาะสำหรับคนบางคนหรือบางประเภท  แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนอื่น ๆ อีกมาก นักบุญฟรองซัวพยายามแสวงหาวิถีที่พอจะใช้เป็นพื้นฐานได้สำหรับทุกคน  ส่วนการลงมือปฏิบัติและการแก้ปัญหาที่แต่ละคนประสบเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดและเสนอวิธีแก้ไขเป็นราย ๆ ไป อย่างไรก็ตาม ท่านวางแนวทางกลาง ๆ ไว้ว่า หากมีความรักแท้และพึ่งพระหรรษทานแล้ว  ปัญหาทุกข้อของทุกคนจะต้องแก้ไขได้จนหมดสิ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s