reading

reading

reading การอ่าน

ผู้แต่ง : ศุภชัย  ศรีศิริรุ่ง

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

“ตัวบท (text) เดียวกัน อ่านกันหลายคน ได้ความเข้าใจต่าง ๆ กัน เพราะความสนใจต่างกัน”

ปรัชญาหลังนวยุคเปิดกว้างต่อการตีความตัวบท (text) ว่าไม่มีความจริงที่หยุดนิ่งและมีหนึ่งเดียวซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวบท(text) ที่รอผู้อ่านมาแสวงหา  มีแต่การตีความตัวบท (text) ที่แตกต่างหลากหลายกันไปขึ้นกับความสนใจของผู้อ่านที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และทุกความหมายล้วนมีคุณค่าที่ต้องได้รับการวิจักษ์ (appreciation) และ วิธาน (application)  สอดคล้องกับที่ ปอล รีเกอร์ (Paul Ricoeur) แถลงไว้ว่า “ตัวบทหมายความทุกอย่างที่สามารถหมายความ” คือจะต้องยอมรับการตีความทุกรูปแบบ แม้จะขัดแย้งก็ไม่ว่ากัน ให้รับพิจารณาทั้งหมด เพื่อหาความหมายที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จะดีเท่าใดก็ไม่มีวันจะสมบูรณ์ หากยังสนใจอยู่ก็ให้ค้นหาต่อไป

เราตีความตัวบท (text) ผ่านการอ่าน ซึ่งเริ่มต้นจากเจตจำนงที่สำคัญ คือความสนใจ(interest) ที่จะอ่าน มิฉะนั้นคงไม่อยากตีความ จะตีความได้ลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ระดับความสนใจ ความสนใจจึงนับเป็นส่วนสำคัญของการตีความ และสามารถตีความหมายได้หลากหลายกันไปตามความสนใจ เช่น อาจจะสนใจบริบททางประวัติศาสตร์ ความคิดผู้เขียน โวหาร ปรัชญาความคิด เป็นต้น การตีความจึงมีส่วนของอัตวิสัยร่วมอยู่ด้วยเสมอ

การอ่านจึงมิใช่เพียงการมุ่งเข้าใจตัวบท( text) ตามตัวอักษรหรือหลักไวยากรณ์  หรือพยายามที่จะเข้าใจตัวบทตามความตั้งใจสื่อของผู้เขียนเท่านั้น เพราะพยายามเท่าไรก็ยากจะเข้าใจพอดีตรงกับที่ผู้เขียนตั้งใจหมายจริง ๆ ได้ทั้งหมด  แต่การอ่านคือการเปิดกว้างให้ผู้อ่านสามารถสร้างตัวบทขึ้นใหม่ทุกครั้งที่มีการอ่านผ่านการตีความของแต่ละคน สามารถเพิ่มเติมความหมายตามที่ตนสนใจและต้องการ เป็นการสร้างสรรค์เสริมต่อจากความหมายเดิม ๆ ที่ได้จากตัวบทต่อไปได้ไม่รู้จบ แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม การอ่านจึงเป็นการอ่านเพื่อสร้างตัวบทใหม่ เพื่อสร้างความหมายใหม่เสมอ

ตัวบท (text) คือ ข้อความที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เพื่อเป็นตัวแทนของคำพูด (speech) และ/หรือ ความคิด (thought) ผ่านทางการใช้ภาษา (language) อีกต่อหนึ่ง ตัวบทจึงเป็นเนื้อเดียวกับภาษา เพราะตัวบทมิใช่อะไรอื่นนอกจากภาษา และตัวบทดำรงอยู่ได้ก็ด้วยภาษา ตัวบทจึงมีชีวิต มีความสามารถกระทำการและสร้างความหมายใหม่ต่อไปได้ไม่รู้จบเช่นเดียวกับภาษา มิได้เป็นที่รวมหรือที่เก็บความหมายที่รออยู่นิ่ง ๆ และเซื่อง ๆ ให้ผู้อ่านมาค้นหาความหมายตายตัวที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังตัวบท ตัวบท (text) จึงเป็นเรื่องของกระบวนการสื่อ/สร้างความหมายอย่างไม่รู้จบสิ้น ที่พร้อมให้ผู้อ่านมาร่วมสร้างสรรค์และเก็บเกี่ยวความหมาย ที่เห็นว่าดี และเหมาะที่สุด เพื่อนำมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s