Pythagoras on logocentrism

Pythagoras on logocentrism  วจนศูนย์นิยมของเผอแธกเกอเริส

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

ตามหลักฐานเท่าที่มีอยู่เรารู้ว่าเธลิสแห่งไมลีเทิสเป็นผู้ริเริ่ม “ความคิดแบบกรีก” คือ เป็นคนแรกที่เสนอว่า ความรู้ที่ถูกต้องของมนุษย์จะต้องเป็นระบบเครือข่ายที่ตรงกับระบบเครือข่ายของเอกภพ และสื่อระบบเครือข่ายได้ด้วยภาษา ความคิดแบบนี้ในปัจจุบันเรียกว่า วจนศูนย์นิยม (logocentrism) แต่เรามีหลักฐานน้อยเหลือเกินที่จะรู้ได้ว่า เธลิสได้สร้างระบบเครือข่ายไว้อย่างไร นักปรัชญาแห่งสำนักไมลีเทิสและไอโอเนียก็แสดงเจตนารมณ์สืบทอดความเชื่อแบบเดียวกัน โดยไม่สืบต่อความคิดกัน แต่เสนอหลักการแม่บทใหม่ให้พิจารณาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งต่างก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบ่งบอกได้ว่าจากหลักการแม่บทจะสร้างระบบเครือข่ายได้ด้วยวิธีใด นักปรัชญาเหล่านั้นที่สำคัญนอกจากเธลิสยังมีอแนกเซอแมนเดอร์ (Anaximander ก.ค.ศ.610?-547?)  แอแนกซีเมอนิส (Anaximenesก.ค.ศ. 588?-524?)  สินาเฟอนิส (Xenophanes ก.ค.ศ.560?-478?) และเฮเรอคลายเทิส (Heraclitus ก.ค.ศ.536?-470?)

ต้องรอถึงเผอแธกเกอเริสและสำนัก จึงมีการสืบทอดความคิดแบบกรีกจาก  เนื่องจากมีการทำงานเป็นทีมกันดี  จึงมีการคิดค้นอย่างต่อเนื่องจนได้ระบบตามที่ตั้งใจ  แม้จะยังไม่น่าพอใจเพราะสะดุดปัญหาที่แก้ไม่ตก  แต่อย่างน้อยหลักฐานเท่าที่มีอยู่ก็น่าจะพอแสดงให้เห็นความพยายามดังกล่าว

เผอแธกเกอเริส  ได้เดินทางหาความรู้ทั้งจากอียิปต์และแบบิโลวเนีย  เอาเทคนิคการคำนวณมาทำเป็นวิชาการ  นั่นคือทำเป็นปรัชญานั่นเอง  จึงได้สอนลูกศิษย์ในสำนักของตนว่าหลักการแม่บทของเอกภพคือคณิตศาสตร์ กล่าวคือ ความเป็นจริงได้แก่จำนวนเลขและจำนวนเลขก็เดินตามกฎคณิตศาสตร์  เหตุผลที่ทำให้เชื่อเช่นนี้ก็เพราะมั่นใจว่าโลกอยู่ได้เพราะความกลมกลืน (harmony)   ความกลมกลืนของเอกภพจะอธิบายได้ดีที่สุดด้วยปรัชญาแบบคณิตศาสตร์ดังกล่าว

สำหรับเผอแธกเกอเริส ความกลมกลืน คือ ธาตุแท้ของเอกภพ และความกลมกลืน ของเอกภพ(macrocosm)  คือ พระเจ้า วิญญาณของมนุษย์มีธาตุเดียวกันกับพระเจ้า จึงเป็นเอกภพน้อย (microcosm)  ตราบใดที่ไม่มีความกลมกลืน ก็ยังไม่มีความสุขได้ จึงต้องศึกษากฎของคณิตศาสตร์อันแสดงความกลมกลืนของเอกภพ วิญญาณมนุษย์จะได้รู้วิธีฝึกฝนความกลมกลืน  ออกจากร่างเมื่อใดก็จะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า องค์ความกลมกลืนของเอกภพ จะหมดทุกข์ ไม่ต้องกลับมาเกิดในร่างกายอีก  คำสอนสุดยอดของเผอแธกเกอเริสที่มุ่งในเชิงศาสนา เปิดเผยได้เฉพาะในหมู่สมาชิก ลูกศิษย์ลูกหาที่มีหัวทางคณิตศาสตร์จึงเอาไปขยายความจนได้วิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งบางคนก็มุ่งรู้เพื่อการหลุดพ้น แต่บางคนก็มุ่งรู้เพื่อรู้ คือค้นหาดูอัตราส่วนต่าง ๆ ของเอกภพที่สัมพันธ์กัน

เชื่อได้แน่นอนว่าเผอแธกเกอเริสมีความสามารถและได้รับความเชื่อถืออย่างสูง เป็นนักปรัชญาผู้ตั้งสำนักปรัชญา เป็นศาสดาผู้ตั้งศาสนาใหม่ เป็นนักการปกครองที่ได้รับความไว้วางใจให้ปกครองนครรัฐโครทัน(Croton)ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนเป็นผลสำเร็จ สำนักเผอแธกเกอเริสปกครองอยู่ได้ 20 ปีก็ถูกโค่นอำนาจและถูกปองร้ายจากฝ่ายปฏิวัติโค่นอำนาจ ลูกศิษย์พากันหลบหนีไปหาที่ปลอดภัยและตั้งสำนักตามนครรัฐต่าง ๆ  ถ่ายทอดปรัชญาและวิถีชีวิตต่อ ๆ มา โดยอ้างคำสอนทั้งหมดว่ามาจากศาสดาเผอแธกเกอเริส สมาชิกทุกคนต้องปฏิญาณตนเก็บคำสอนศาสนาเป็นความลับ เราไม่สามารถแยกคำสอนของเผอแธกเกอเริสออกจากคำสอนของผู้อื่นที่ถูกอุปโลกให้เป็นของเผอแธกเกอเริส และที่สำคัญก็คือไม่มีเอกสารจากสำนักเหลือทิ้งไว้ให้ศึกษาเลย เพราะสำนักไม่มีนโยบายบันทึกคำสอนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สอนถ่ายทอดกันทางปากโดยเริ่มต้นทุกตอนว่า “ท่านได้กล่าวไว้ว่า…”  ศิษย์ของสำนักจะซื่อสัตย์เก็บเป็นความลับจนตายทั้งสิ้น ภายหลังมีลูกศิษย์ทิ้งสำนักออกมาเล่าให้ฟังบ้างและจะเล่าแบบหมดศรัทธาแล้วทั้งสิ้น จึงต้องฟังหูไว้หู หลักที่มีอยู่จึงมาจากบันทึกของผู้ไม่ศรัทธาต่อเผอแธกเกอเริสเป็นสำคัญ

แอเริสทาเทิลบันทึกไว้ว่า “เอกภพทั้งหมดคือความกลมกลืนและจำนวนเลข” ไดอาเจอนิส เลเออร์เชียส (Diogenes Laertiusศ.ต.3) ได้บันทึกคำสอนของสำนักเผอแธกเกอเริสไว้ว่า “ปฐมธาตุของทุกสิ่งได้แก่หน่วยอันติมะหรือเลข 1  จากหน่วยอันติมะเกิดยมกหรือเลข 2 ที่ไม่จำกัด  อันมีฐานะเป็นสาระรองรับหน่วยอันติมะซึ่งเป็นสาเหตุของมัน จำนวนเลขอื่น ๆ เกิดขึ้นจากหน่วยอันติมะและยมกไม่จำกัดนี้เอง จากจำนวนเลขเกิดจุด จากจุดเกิดเส้น จากเส้นเกิดรูปสองมิติ จากรูปสองมิติเกิดรูปสามมิติ จากรูปสามมิติเกิดเทห์แห่งผัสสะ จากข้อความนี้ย่อมเข้าใจได้ว่าจำนวนที่สำนักเผอแธกเกอเริสถือว่าเป็นความเป็นจริงของทุกสิ่งนั้นล้วนแต่เป็นเลขจำนวนเต็ม คือ 1,2,3,…. ทั้งสิ้น เรื่องนี้ปรากฏชัดเจนในคำสอนของยุรายเทิส (Eurytus the Pythagorean ศต.5-4 ก.ค.ศ.) ผู้มีชีวิตร่วมสมัยกับซาเครอทิส ซึ่งแอเริสทาเทิลบันทึกไว้ว่า  “บางคนกำหนดตามยุรายเทิสว่า จำนวนใดเป็นจำนวนเลขของสิ่งใด เช่นว่า จำนวนเลขนี้เป็นจำนวนเลขของคน และจำนวนนั้นเป็นจำนวนเลขของม้า ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นคำสอนถ่ายทอดมาจากสำนักแม่แห่งโครทัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s