pyramnid’s philosophy

pyramnid’s philosophy ปรัชญาปิรามิด

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

ชาวอียิปต์มีบันทึกประวัติศาสตร์ของตนยาวนานประมาณ 3,000 ปี คือตั้งแต่ประมาณ ก.ค.ศ.3000 ถึง ก.ค.ศ.300 อันเป็นปีที่ตกเป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรโรมัน   ชาวอียิปต์โชคดีได้อาศัยสองฝั่งลุ่มแม่น้ำไนล์ตั้งหลักแหล่งทำกินที่มีความอุดมบริบูรณ์  จึงมีเวลาเหลือให้คิดและทำตามความใฝ่ฝัน เช่น สร้างปิรมิดด้วยแรงงานที่สมัครใจเพราะต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ในระหว่างสามสหัสวรรษนี้ ปัญญาของชาวอียิปต์ได้สร้างความเชื่อขึ้นมาตอบสนองสัญชาตญาณอยากสบายใจว่า คนเราอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเพื่อพิสูจน์ความสวามิภักดิ์ต่อเทพ  ใครที่ซื่อสัตย์ต่อเทพ  ชีวิตหน้าจะดีขึ้นตลอดไป  หน้าที่ที่สำคัญของมนุษย์คือปฏิบัติตามน้ำพระทัยของเทพ  นี้เป็นการตอบสนองสัญชาตญาณด้วยกระบวนทรรศน์ที่หนึ่ง

ส่วนนักปราชญ์อียิปต์ซึ่งส่วนมากจะได้แก่พวกพระที่สนใจค้นคว้าหาความรู้  จะเชื่อกระบวนทรรศน์ที่ 2   คือมีกฎเกณฑ์   ความรู้จึงได้แก่ความรู้กฎเกณฑ์และความฉลาดคือการแสวงหากฎเกณฑ์ จนแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจได้ บันทึกทั้งหลายจึงเป็นสื่อแสดงกฎเกณฑ์ออกด้วยสัญลักษณ์ เพราะยังไม่มีศัพท์และระเบียบความคิดพอสำหรับใช้อธิบายตรง ๆ  เมื่อพวกเขาพบความจริงที่สลับซับซ้อน พวกเขาก็ต้องพยายามเปรียบเทียบกับสิ่งที่รู้ก่อนและแสดงออกเป็นตำนานปรัมปรา

ชาวอียิปต์เชื่อว่าเทพทั้งหลายมีจริง แต่เรื่องเหล่านั้นจะจริงตามตัวอักษร หรือตามการตีความโดยสัญลักษณ์ก็แล้วแต่กระบวนทรรศน์ แต่ทุกคนเชื่อว่าเทพมีจริง เทพคลุกคลีอยู่กับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่เป็นบริวาร วิญญาณของผู้ตายยังคงเป็นบริวารของเทพต่อไป  บางครั้งจะต้องกลับมาเป็นมนุษย์ใหม่ เพื่อทำพันธกิจบางประการ หากร่างเดิมใช้ไม่ได้แล้วก็ต้องเกิดเป็นทารกใหม่ ถ้ารักษาร่างเดิมไว้ได้ก็จะเข้าร่างเดิม ส่วนฟาโรห์นั้น ในตอนแรกได้รับความเชื่อถือว่าเป็นองค์อวตารของเทพ ผู้คนจึงยอมสละเวลาและแรงงานเพื่อสร้างปิรามิดถวายเก็บพระศพด้วยความเหนื่อยยากยิ่ง  หากคิดถึงว่าในขณะนั้นยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรมากนัก ขณะสร้างปิรามิดนั้นยังไม่รู้จักใช้โลหะ พวกเขาต้องใช้หินที่แข็งกว่าตัดหินที่อ่อนกว่า เหมืองหินก็อยู่ไกล ต้องเคลื่อนย้ายกันมาเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 10 ก.ม.  จึงเห็นได้ว่าต้องใช้ศรัทธาแก่กล้าจริง ๆ  จึงร่วมมือกันทำได้จนสำเร็จ แต่หลังจากเสียอำนาจให้กับชาวฮีกซัส (Hyksos) ชั่วระยะหนึ่งแล้ว คณะปุโรหิตถือสิทธิเลือกตั้งฟาโรห์โดยแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนเทพเท่านั้น ตั้งแต่นั้นชาวอียิปต์ก็ไม่มีศรัทธาพอจะสร้างปิรามิดกันอีก คงปล่อยให้ร่างสูญสลายไปเช่นเดียวกับศพสามัญชน  แต่พวกเขาจะมีศรัทธาสร้างวิหารแทน

ชาวอียิปต์โบราณไม่ชอบเสี่ยงของใหม่ เพราะเชื่อว่าของเดิมปลอดภัยดีกว่าเสี่ยงกับของใหม่ จึงอนุรักษ์ความเชื่อดังกล่าวข้างต้นไว้ตลอดเวลา 3 สหัสวรรษ  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีการปรับตัว  หากไม่มีกระแสความคิดอื่นมาท้าทายก็คงอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ  ครั้นถูกมหาอาณาจักรโรมันท้าทาย ก็ไม่มีพลังพอที่จะยืนหยัดต่อไปได้ จำต้องยินยอมให้อารยธรรมโรมันเข้าครอบครอง ต่อจากนั้นก็พัฒนาไปตามกระแสที่มหาอาณาจักรโรมันจะพาไป โชคดีที่ก่อนหน้านั้น นักปราชญ์กรีกได้พยายามมาศึกษาเอาไปพัฒนาในวัฒนธรรมกรีก จึงไม่เป็นการสูญเปล่าเสียทีเดียวที่ชาวอียิปต์ได้พิชิตอวิชชามาได้มากมายตลอดเวลา 3,000 ปี  และต้องสูญเสียชาติไปโดยถูกกลืนเข้าในมหาอาณาจักรโรมัน  และต่อมาก็ถูกชาวอาหรับเข้ายึดครองมาจนทุกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s