Pragmatism on ethic

pragmatism

Pragmatism on ethic จริยธรรมลัทธิปฏิบัตินิยม

ผู้แต่ง : เมธา  หริมเทพาธิป

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

บ่อเกิด ลัทธินี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง วงการธุรกิจต้องสู้กันด้วยเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ในบรรยากาศเช่นนี้คุณค่าเป็นตัวเงินย่อมจะเด่นกว่าคุณค่าทางอุดมคติ เงินเป็นแก้วสารพัดนึก เงินเป็นปัจจัยในการกุมอำนาจไม่ว่าในเรื่องใด   ในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมจะมีนักปรัชญาขึ้นตอบสนองความโน้มเอียงดังกล่าว ลัทธิปฏิบัตินิยมทาง    จริยะจึงนับได้ว่าเป็นสาขาหนึ่งของจริยธรรมประสบการณ์

วิลเลียม เจมส์ (William James, 1841-1910) นักปรัชญา นักจิตวิทยา เป็นพี่ชายของเฮนรี เจมส์ นักวรรณคดีสำคัญคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา วิลเลียม เจมส์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งลัทธิปฏิบัตินิยม โดยถือเอาประสิทธิภาพทางปฏิบัติเป็นมาตรการของทุกสิ่ง รวมทั้งมาตรการจริยะด้วย การกระทำที่มีคุณค่าแน่นอนก็คือการกระทำที่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ ในวงงานต่าง ๆ จึงมีคณะกรรมการวางแผน มีสัมมนา มีการประเมินผล ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติมากที่สุดเท่าที่การเงินจะอำนวย บางวงงานยอมทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่ต่อปีเพื่อการวางแผนให้มีประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งขันทั้งหลาย เดล คาร์เนกี (Dale Carnegie) นำเอาหลักการมาเขียนแบบประยุกต์สำหรับบุคคลทั่วไป นับเป็นหนังสือที่ขายได้จำนวนมากเล่มหนึ่งของโลก แสดงว่าลัทธินี้มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางที่สุดลัทธิหนึ่งในปัจจุบัน

จอห์น ดิวอี้ (John Dewey, 1859-1952 ) ปรับปรุงลัทธิปฏิบัตินิยมจนได้ชื่อแตกแขนงออกไปว่าลัทธิอุปกรณ์นิยม (instrumentalism) ที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะถือว่า จิตได้แก่ สมรรถภาพแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มนุษย์พัฒนามากกว่าสัตว์ก็เพราะมนุษย์มีเครื่องมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งกว่าสัตว์ ปัญญาเป็นเครื่องมือที่สูงกว่าสัญชาตญาณเพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้กว้างขวางและดีกว่าความประพฤติ ซึ่งก็คือ พฤติกรรมที่พัฒนาสูงขึ้นมานั่นเอง คุณค่าของมนุษย์จึงอยู่ที่ความสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งกว่าสัตว์

มนุษย์ดั้งเดิมมีปัญหาก็ต้องขบคิดแก้ไขน้อยกว่าขณะนี้มาก บรรพบุรุษของมนุษย์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสืบเนื่องกันเรื่อยมา มนุษย์จึงมีความสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งแก้ไขปัญหาได้มาก ปัญหาใหม่ ๆ ก็ซับซ้อนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว คุณค่าของมนุษย์ปัจจุบันอยู่ที่สามารถแก้ไขปัญหาขัดแย้งในสังคมซึ่งมีขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ  มนุษย์จำเป็นต้องแก้ให้ตก เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติทั้งมวล

เราจะบรรลุจุดหมายนี้ได้ก็โดยศึกษาจิตวิทยาและสังคมวิทยา เมื่อรู้กฎเกณฑ์ดีแล้วก็จะสามรถควบคุมตัวเองและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนก็จะอยู่กันอย่างสงบสุขในโลกนี้ อย่างไรก็ตาม มนุษย์เราไม่มีวันจะมีความสงบสุขอย่างสมบูรณ์ได้เลย เพราะจะมีปัญหาใหม่ขึ้นมาให้ขบคิดแก้ปัญหาต่อไป เราจึงควรค้นคว้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะฉะนั้นมาตรการจริยะของมนุษย์จะต้องได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันอยู่เสมอแต่ก็อาจจะกล่าวได้อย่างรวม ๆ ว่า มาตรการจริยะก็คือ การปฏิบัติที่ส่งเสริมที่ส่งให้มนุษย์สามารถแก้ปัญหาทันเหตุการณ์อยู่เสมอนั้นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s