Plato

Plato เพลโทว์

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

เพลโทว์ (Plato ก.ค.ศ. 417-347) เป็นชาวเอเธนส์ เกิดจากตระกูลนักการเมืองเก่าแก่ของเอเธนส์ เตรียมตัวศึกษาเพื่อเป็นนักการเมือง ครั้นมาเป็นลูกศิษย์ของซาคเขรอถิส (Socrates ก.ค.ศ.471-399) และเห็นการเมืองเล่นงานซาคเขรอถิสถึงขั้นประหารชีวิตเช่นนั้น ก็หมดกำลังใจที่จะเล่นการเมือง คิดได้ว่าการแก้ไขความบกพร่องของการเมืองด้วยวิธีคัดค้านกันซึ่งหน้าอย่างที่ซาคเขรอถิสปฏิบัตินั้น เปรียบเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ผลได้ไม่คุ้มกับผลเสีย จึงคิดหาวิธีแก้ความบกพร่องของการเมืองโดยทางอ้อม คือค้นคว้าหาความรู้ให้ได้หลักการจริง ๆ แล้วถกเถียงกันในวงผู้สนใจจริง ๆ  เพื่อให้ได้ความรู้ที่แน่นแฟ้นเป็นแก่นสาร แล้วรอเวลาให้ความรู้อันแน่นแฟ้นนี้ค่อย ๆ กระจายไปในหมู่ประชาชน รอให้เหตุผลเปลี่ยนทรรศนคติคนทั่วไปทีละน้อย เมื่อคนส่วนมากเข้าใจปัญหาและเห็นความจำเป็นต้องแก้ไข วิถีการเมืองจะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ โดยไม่รู้สึกว่ามีการหักโหม ดีกว่าเอาเรือไปขวางน้ำเชี่ยว เรือจะล่มเสียเปล่า ดีไม่ดีอาจจะพังไปเลยก็ได้

เมื่อคิดได้เช่นนี้ประกอบกับการตายของซาคเขรอถิสทำให้ตัวเองไม่ปลอดภัยในกรุงเอเธนส์    จึงออกเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์เสริมความรู้ให้แน่นแฟ้น เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจึงกลับมาตั้งสำนักสอนปรัชญาให้ลูกศิษย์ที่สนใจจริง ๆ เท่านั้น มีเวลาว่างก็ขบคิดและค้นคว้าต่อไป เขียนหนังสือช่วยเป็นสื่อกระจายความคิดเห็นออกไปด้วย  สำนักของเพลโทว์อยู่ที่มุมหนึ่งของสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเอเธนส์นามว่า อแคดเดอมิ จึงได้ชื่อสำนักว่า อแคดเดอมิตามชื่อของสวนสาธารณะ ภายหลังจึงกลายเป็นสามานยนามหมายถึงองค์การนักวิชาการทุกแห่ง

เพลโทว์เห็นด้วยกับซาคเขรอถิสว่ามนุษย์เราทุกคนมีโครงสร้างของสมองเหมือนกัน แต่กิเลสไม่เหมือนกัน ผู้มีกิเลสย่อมจะคิดไม่ตรงกัน ถ้าจะคิดให้ได้ความจริงมาตรฐานจะต้องตัดกิเลสและเพ่งพินิจ  ความรู้ที่ได้จากการเพ่งพินิจขณะไร้กิเลสนั่นแหละเป็นความจริงมาตรฐานสากล  ทุกคนที่ไร้กิเลสไม่ว่าจะเป็นคนชาติใด ภาษาใด และไม่ว่าจะทำการเพ่งพินิจ ณ ที่ใด ย่อมจะพบความจริงเหมือนกันหมด

แต่เพลโทว์มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาว่า “อะไรเป็นหลักค้ำประกันว่าทุกคนที่ไม่มีกิเลสจะต้องคิดเหมือนกัน โดยไม่ต้องตกลงหรือปรึกษากันเลย” ทำไมเพลโทว์จึงมีปัญหาอย่างนี้ สมมุติเราเรียกช่างไม้ฝีมือเอกมา 5 คน ให้เครื่องมือเหมือนกันคนละชุด และไม้ปริมาณเท่ากัน สั่งให้ต่างคนต่างทำตู้คนละหลัง โดยไม่ให้พบปะกันเลย ช่างไม้ 5 คนนั้นจะทำตู้ต่าง ๆ กันมิใช่หรือ

“ใช่”  นั่นแหละ เพราะอะไร เพราะขาดแบบมิใช่หรือ ต้องให้ดูแบบเดียวกันจึงทำได้เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน ประสบการณ์เปรียบเหมือนไม้ที่มีคล้ายๆกัน แม้ช่างไม้มีฝีมือสักปานใด เปรียบเหมือนสมองไม่มีกิเลสชักนำไปผิดทางเลย ก็ไม่อาจจะทำโต๊ะได้เหมือนกัน เพราะขาดการตกลงกันเรื่องแบบที่ใช้เป็นมาตรฐาน ถ้าจะเหมือนกันก็เป็นความบังเอิญ เป็นกรณียกเว้น

ฉันใดก็ฉันนั้น สมองของเราแม้จะไร้กิเลสแต่ขาดแบบก็ไม่อาจจะคิดได้ตรงกัน ดังนั้นต้องมีแบบเป็นตัวค้ำประกันการคิดได้ตรงกันแบบหรือมโนคติอยู่ในโลกแห่งมโนคติ เพราะเราไม่เคยพบว่ามีในโลกนี้ ณ ที่ใดเลยในโลกแห่งมโนคติมีทุกแบบที่เราเข้าใจหรืออาจเข้าใจได้อย่างสากล เช่น มโนคติความดี มโนคติความงาม มโนคติความขาว มโนคติความกลม มโนคติความเหมือน มโนคติความเท่า มโนคติบ้าน มโนคติสัตว์ มโนคติสิ่งมีชีวิต มโนคติการปฏิเสธ(Idea of negation) ฯลฯ

จะขาดก็แต่มโนคติเชิงปฏิเสธ(Negative Ideas) และมโนคติที่เป็นไปไม่ได้ มโนคติเชิงปฏิเสธ เช่น มโนคติแห่งความเปล่าหรือมโนคติแห่งสุญภาพ มโนคติแห่งความชั่ว มโนคติแห่งความมืด มโนคติแห่งการไม่มีสี มโนคติแห่งการไม่เท่ากัน เป็นต้น มโนคติที่เป็นไปไม่ได้ เช่น มโนคติของทรงกลมที่มีหกเหลี่ยม มโนคติของเสียงสีฟ้า มโนคติของศพมีชีวิต เป็นต้น แต่มโนคติการปฏิเสธไม่ใช่มโนคติปฏิเสธ จึงมีได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s