philosophy, content of

philosophy, content of  เนื้อหาปรัชญา

ผู้แต่ง : ศุภชัย  ศรีศิริรุ่ง

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

เนื้อหาของวิชาปรัชญานอกจากจะเปลี่ยนไปตามความสนใจของนักคิดปรัชญาแล้ว ยังต้องเปลี่ยนไปเพราะการหมดสิทธิในเนื้อหาของตนเองอีกด้วย เนื้อหาที่ปรัชญาหมดสิทธิไปเช่นนี้ นักปรัชญาจะหวงแหนไว้อีกไม่ได้ ถ้าจะสนใจก็ต้องสนใจในขอบเขตของปรัชญา ที่กล่าวเช่นนี้จำเป็นจะต้องอธิบายให้ละเอียดสักหน่อย

แต่เดิมก่อนที่จะมีวิชาใดอุบัติขึ้นในโลก ความรู้ของมนุษย์ทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือขอบข่ายของสัญชาตญาณ ต้องนับว่าเป็นปรัชญาทั้งสิ้น เพราะเป็นความพยายามของมนุษย์ที่จะตอบปัญหาประจำยุค คำตอบแรก ๆ ล้วนแต่เป็นการเสนอคำตอบที่อาจเป็นไปได้สำหรับปัญญาระดับนั้นทั้งสิ้น คำตอบใดมีคนนิยมมากก็ถ่ายทอดกันต่อๆมา คำตอบใดคนไม่นิยม ก็ลืมเลือนสูญหายไป ครั้นต่อมามีการค้นคว้าเพื่อให้รู้จริงและละเอียดยิ่งขึ้น วิชาใดมีเนื้อหามากเพียงพอและมีคำตอบที่เชื่อกันว่าแน่นอนตายตัวพอสมควรแล้ว ก็จะแยกออกตั้งตัวเป็นวิชาเฉพาะสำหรับเนื้อหาเฉพาะเรื่องเป็นอิสระจากปรัชญา ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเนื้อหาของปรัชญาต่อไป จนกว่าจะมีเนื้อหาเรื่องใดก้าวหน้าจนเป็นล่ำเป็นสันเพียงพอที่จะเป็นวิชาเฉพาะได้ ก็จะแยกออกไปเป็นอิสระอีกวิชาหนึ่ง เนื้อหาที่เหลือก็เป็นของวิชาปรัชญาต่อไป

วิชาที่แยกเนื้อหาออกไปเป็นอิสระก่อนวิชาอื่น ๆ ได้แก่ วิชาศาสนา ศาสนาแรก ๆ ของมนุษย์ดั้งเดิม ก็เป็นความพยายามตอบปัญหาที่เกิดขึ้นในความสำนึกของมนุษย์ยุคแรก ๆ นั่นเอง ต่อมาเมื่อมีหลักคำสอนและหลักปฏิบัติแน่นอน รวมทั้งมีพิธีกรรมเป็นแบบแผนพอสมควร ต้องนับว่ามีวิชาเฉพาะแรกเกิดขึ้นแล้ว เพราะมีการถ่ายทอดความรู้ทางศาสนาเป็นล่ำเป็นสัน นักปรัชญาต่อมาต้องคิดเรื่องนอกเหนือไปจากความเชื่อถือทางศาสนา จึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักปรัชญา ตอนนี้เป็นตอนเริ่มต้นปรัชญากรีกโบราณ นักปรัชญากรีกรุ่นแรกเป็นนักคณิตศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ไปด้วยในตัว ต่อมาไม่นานคณิตศาสตร์ในหมู่ชาวกรีกโบราณก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนมีเนื้อหามากพอจะเป็นวิชาอิสระ ยูคลิด (Euclid Ⅳ-Ⅲ) เขียนตำราเรขาคณิตขึ้นโดยเฉพาะ ปรัชญาจึงทิ้งเนื้อหาคณิตศาสตร์ไปค้นคว้าปัญหาที่เหลือต่อไป เช่น เดการ์ต(Descartes 1500-1650) ยังถือว่าวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา ดังจะเห็นได้จากคำนำหนังสือ หลักปรัชญา(Principles of Philosophy) ว่า

ภาคแรกของหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงเนื้อหาความรู้ทั่วไป ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นภาคแรกของปรัชญาหรือแขนงอภิปรัชญา….. ส่วนภาคที่เหลืออีกสามภาคจะกล่าวถึงฟิสิกส์ทั่ว ๆ ไปก่อน เช่นว่า กล่าวถึงกฎเบื้องต้นของธรรมชาติและความเป็นไปในท้องฟ้า เรื่องดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวหาง และเอกภพอย่างกว้าง ๆ ที่สุด จะกล่าวเจาะจงโดยละเอียดเกี่ยวกับธรรมชาติของดิน น้ำ ลม ไฟ แม่เหล็ก และคุณสมบัติต่าง ๆ ทุกประเภทที่พบในเทหวัตถุ ดังเช่น แสงสว่าง ความร้อน ความโน้มถ่วง ฯลฯ ดังนี้ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าคงจะได้กล่าวถึงปรัชญาครบเรื่องตามลำดับ

                แต่ทว่าในระหว่างสมัยฟื้นฟูและต้นสมัยใหม่นั้นเอง วิทยาศาสตร์ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนสามารถตั้งตัวเป็นวิชาได้ และแยกตัวออกไปเป็นวิชาอิสระ ซึ่งก็ได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเรื่อยมาจนทุกวันนี้ ส่วนวิชาสังคมศาสตร์เพิ่งจะแยกตัวออกไปเป็นวิชาเฉพาะในราวปลายศตวรรษที่ 19 และวิชาจิตวิทยาก็เพิ่งแยกตัวออกหลังสงครามโลกครั้งที่สองนี่เอง วิชาที่อาจจะแยกตัวต่อไปในอนาคตอันใกล้ก็เห็นจะได้แก่วิชาตรรกวิทยาและจริยศาสตร์ เพราะขณะนี้กำลังก้าวหน้าและมีเนื้อหาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางสถาบันก็ถือเป็นวิชาเฉพาะ แยกจากปรัชญาแล้วก็มี เท่าที่กล่าวมานี้กล่าวตามนัยของปรัชญาสากลเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s