philosophy of detachment

philosophy of detachment ปรัชญาแห่งการไม่ยึดมั่นถือมั่น

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

สถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยปัจจุบัน ที่นำไปสู่ความแตกแยกของผู้คนในสังคมชนิดที่ยังไม่เห็นทางออกที่เป็นไปได้ใด ๆ นั้นก็เพราะว่า ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในความเห็นของตนเท่านั้นว่าจริง และปฏิเสธความคิดเห็นอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนกับของตนเสียทั้งหมด แม้จะมีความพยายามประนีประนอมกันเท่าใดก็ดูเหมือนจะยิ่งสร้างความแตกแยกมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะยังมิได้ตระหนักกันว่า ความคิดเห็นเป็นปัจจัยแห่งการสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์มิได้เป็นศัตรูกับเอกภาพแต่อย่างใด

การมุ่งแต่จะประนีประนอมกันนั้นมิใช่ทางออกของการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อมีการประนีประนอมกัน คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างต้องยอมที่จะถอยกันคนละก้าว ต้องยอมเสียผลประโยชน์ของฝ่ายตนเพื่อแลกกับประโยชน์ที่จะได้รับจากการประนีประนอมกันนั้น จึงเป็นจริยธรรมแบบต่างฝ่ายต่างก็ต้องฝืนใจ ซึ่งก็อาจจะได้ประโยชน์แค่ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น แต่ในระยะยาวเมื่อสบโอกาส ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าย่อมต้องเรียกร้องในสิ่งที่ตนต้องการอยู่วันยังค่ำ หนีไม่พ้นการครอบงำผู้ที่ปราศจากอำนาจและอ่อนแอกว่า และก่อให้เกิดความขัดแย้งต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การแก้ไขความขัดแย้งจึงต้องเริ่มด้วยท่าทีที่ถูกต้องต่อความเป็นจริง ว่า

1. มนุษย์ปุถุชนยังไม่มีทางรู้ความเป็นจริงได้ครบถ้วนสมบูรณ์ พวกเราแต่ละคนรู้ได้เฉพาะความจริงที่อยู่ในเครือข่ายภายในสมองของเรา แต่ละคนเท่านั้น ซึ่งไม่มีทางครอบคลุมความเป็นจริงทั้งหมด และย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่ควรยึดมั่นในความเห็นของตนว่าจะต้องจริงที่สุด แต่ควรอาศัยกันและกัน รับฟังกัน ผสมผสานแบ่งปันเครือข่ายความรู้ (ความคิดเห็น) ของกันและกัน ช่วยกันค้นคว้าเพื่อแสวงหาความจริงให้สมบูรณ์ขึ้นให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

2. ความแตกต่าง หลากหลายกันนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของสรรพสิ่งในจักรวาล มนุษย์ย่อมสามารถหาประโยชน์จากความแตกต่างกันนี้ได้ด้วยปัญญา ให้ความแตกต่างหลากหลายกลายเป็นความแตกต่างที่ประสานสอดคล้องกลมเกลียวกัน ส่งสริมกันและเติมเต็มซึ่งกันและกัน มิใช่ความแตกต่างที่จะต้องคอยขัดแย้ง ขัดแข้งขัดขา หรือเอาชนะคะคานกัน

ท่าทีทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป้าหมายใหญ่ร่วมกันนั่นเองคือเพื่อยังประโยชน์และความสุขแก่สังคมส่วนรวม ประเทศชาติตลอดจนความสงบสันติสุขแก่โลก ซึ่งในบางครั้งอาจต้องมีการเสียสละประโยชน์ส่วนตัวบ้างเพื่อเป้าหมายที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมที่ยิ่งใหญ่กว่าก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสังคมก็ควรมีกระบวนการชดเชยความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นให้ได้อย่างเหมาะสมและยุติธรรมที่สุด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s