philosopher

philosopher นักปรัชญา

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ปรัชญาเป็นเรื่องของการมองเห็นคำถามและมองเห็นคำตอบซึ่งคนทั่วไปมองไม่เห็น ใคร ๆ ก็เป็นนักปรัชญาได้ และความจริงทุกคนก็เป็นนักปรัชญาอยู่แล้วไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ในห้องเรียนปรัชญาเมื่ออาจารย์ผู้บรรยายได้ชี้แจงคำถามบางประการให้ทุกคนในห้องเข้าใจแล้ว นักศึกษาทุกคนในห้องนั้นต่างก็รู้คำถามซึ่งตนไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีคำถามดังกล่าว แต่เนื่องจากในชั้นเรียนเดียวกันนั้น นักศึกษาเข้าใจเหมือนกันทุกคนว่ามีคำถามตามที่ได้ฟังบรรยายมา จึงไม่มีใครเป็นนักปรัชญาในกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว ครั้นนักศึกษาคนหนึ่งในกลุ่มนี้ออกไปบรรยายในที่ที่คนทั่วไปยังไม่เห็นคำถาม นักศึกษาคนนี้เห็นคำถามซึ่งคนทั่วไปไม่เห็น เขาจะได้ชื่อว่าเป็นนักปรัชญาในหมู่คนเหล่านี้

ความจริงเขาเป็นเพียงผู้รู้คำถามปรัชญาโดยได้รับถ่ายทอดมาจากอาจารย์ผู้สอนเขา และอาจารย์ผู้สอนเขาความจริงก็เป็นเพียงผู้รู้ปรัชญาโดยอ่านจากตำราหรือได้ฟังมาจากอาจารย์ของท่านอีกต่อหนึ่งก็ได้ แต่นักศึกษาก็ถือว่าอาจารย์เป็นนักปรัชญาเพราะมองเห็นคำถามที่พวกเขามองไม่เห็นมาก่อน นักปรัชญาประเภทนี้เป็นนักปรัชญาโดยการปฏิบัติ คือ รู้จักเอาความคิดปรัชญาไปใช้ แต่มิได้คิดสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาใหม่

ยังมีนักปรัชญาอีกประเภทหนึ่งเรียกว่านักปรัชญาสร้างสรรค์ นักปรัชญาประเภทนี้ได้แก่ผู้ที่ได้พบคำถามใหม่หรือคำตอบใหม่ เป็นการเพิ่มพูนความคิดปรัชญาให้มากขึ้น บางคนพบความคิดใหม่ แต่บังเอิญเป็นความคิดที่มีอยู่ในตำราแล้วโดยที่ผู้พบไม่รู้ นับว่าเป็นผู้มีความสามารถ แต่ไม่ได้เพิ่มความรู้ให้แก่โลกอย่างแท้จริง บางคนพบความคิดใหม่จริง ๆ แต่คนอื่นไม่รู้ หรือรู้แต่ไม่สนใจ ก็นับว่าเป็นนักปรัชญายิ่งใหญ่สำหรับตนเอง

พวกสุดท้ายพบความคิดใหม่ ผู้อื่นรู้และสนใจ นำเอาไปศึกษาเล่าเรียนและประยุกต์ใช้ หรืออนุมานต่อไปถึงข้อสรุปอื่น ๆ อีกมาก นับเป็นนักปรัชญายิ่งใหญ่สำหรับตนเองและสำหรับสังคมด้วย ความคิดของเขาช่วยเพิ่มพูนความรู้ระดับโลก ความยิ่งใหญ่ดังกล่าวนี้ส่วนมากเป็นไปโดยบังเอิญ โดยที่เจ้าของความคิดคาดไม่ถึง คือ บังเอิญเป็นความคิดใหม่จริง ๆ บังเอิญมีผู้ช่วยเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และบังเอิญเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ แต่ความบังเอิญทั้งหมดนี้ย่อมมีพื้นฐานอยู่บนความยิ่งใหญ่ของบุคคลนั้น ๆ ด้วย

พูดง่าย ๆ ก็คือ คนยิ่งใหญ่จริง ๆ ในส่วนตัว อาจจะไม่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ในสังคม แต่ทว่าผู้ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ในสังคมย่อมจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ ในส่วนตัว เราพึงสร้างความยิ่งใหญ่ในตัวไว้เถิด จะยิ่งใหญ่ในสังคมด้วยหรือไม่นั้นพึงรู้จักวางเฉย มีใจอุเบกขา แล้วแต่ความต้องการของสังคม รัฐบุรุษเกิดมามาก แต่ที่ได้เป็นรัฐบุรุษจริง ๆ ที่สังคมรับรู้นั้นมีน้อย ทั้งนี้เพราะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างนัก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s