perception

psychismjpg

perception สัญชาน

ผู้แต่ง : สุดารัตน์ น้อยแรม
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ประสบการณ์เป็นสิ่งที่บุคคลรับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย ซึ่งเป็นประตูรับรู้ “สิ่งเร้า” ต่าง ๆ ทำให้บุคคลรับรู้รูปภาพ เสียง กลิ่น และสัมผัสทางกาย ความรู้จากประสบการณ์หรือความรู้เชิงประจักษ์จะเกิดขึ้น เมื่อมีวัตถุสิ่งเร้าภายนอกมากระทบประสาทสัมผัสแต่ละอย่าง ซึ่งทำหน้าที่ต่างกันและทำแทนกันไม่ได้ เช่น ตาทำหน้าที่เห็นรูป หูทำหน้าที่ฟังเสียง จมูกทำหน้าที่รู้กลิ่น ลิ้นทำหน้าที่รู้รส กายทำหน้าที่รู้สัมผัสที่มากระทบกาย ประสาทสัมผัสเหล่านี้ทำให้บุคคลสามารถรับรู้คุณลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งทั้งหลายในหลาย ๆ ด้าน และทำให้บุคคลมีความรู้ในสิ่งรอบ ๆ ตัว

ประสบการณ์มี 2 ชนิด คือ ประสบการณ์ภายนอก และประสบการณ์ภายใน

– ประสบการณ์ภายนอกเป็นการรับรู้ของระบบประสาทสัมผัสทั้งห้า อาจเรียกว่า ความรู้สึก (sensation)

– ประสบการณ์ภายในคือ กระบวนการที่จิตทำหน้าที่ภายใน โดยการคิดทบทวนหรือคิดตรึกตรองในเรื่องต่าง ๆ อันเป็นผลจากการนำเอาความคิดต่าง ๆ มาผสมผสานกัน เรียกว่า มโนภาพ (idea) ความรู้จากประสบการณ์ภายนอกและภายในจะสร้าง “ภาพพิมพ์ใจ” (impression) และจากภาพพิมพ์ใจก็จะเกิดมโนภาพตามมา ทุกมโนภาพมาจากภาพพิมพ์ใจ

ในการรับรู้ทางประสาทสัมผัสอย่างหนึ่งอย่างใดเรียกว่า สัญชาน (perception) การรับรู้ทุกครั้งจะมาจากภาพพิมพ์ใจและมโนภาพ โดยแยกแยะว่า ภาพพิมพ์ใจ คือ การรับรู้ภาพต่าง ๆ ที่เข้ามาสู่จิตของเราโดยตรงและชัดเจน ส่วนมโนภาพ คือ ภาพที่เลือนรางของภาพพิมพ์ใจในการคิดและการให้เหตุผล

เช่น เมื่อเราเห็นดอกมะลิ เราเห็นดอกมะลินั้นโดยตรงและชัดเจน ซึ่งจัดเป็น “ภาพพิมพ์ใจ” เมื่อการเห็นนั้นผ่านไปโดยตัวเราไปที่อื่น แต่เมื่อย้อนคิดถึงภาพ “ดอกมะลิสีขาว” ที่เคยประจักษ์มา การคิดถึงนี้จัดเป็นการเห็นภาพดอกมะลิสีขาวโดยอ้อมและไม่ชัดเจนเหมือนตอนที่กำลังเห็นดอกมะลิ สีขาวตรงนั้นจริง ๆ ซึ่งก็คือมโนภาพหรือสิ่งที่เหลืออยู่ในจิต หลังจากภาพพิมพ์ใจผ่านพ้น ไปแล้ว และเป็นสิ่งที่ลอกแบบภาพพิมพ์ใจมาอีกทีหนึ่ง

จิตของมนุษย์เหมือนกล่องเปล่าหรือกระดาษเปล่าสีขาว เมื่อจิตได้รับประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าก็จะบังเกิดความคิดความรู้ต่าง ๆ ขึ้น จิตก็จะได้รับความคิดหรือความรู้หลากหลายที่มาจากประสบการณ์ทำให้ได้ความรู้แล้วนำไปคิดตริตรองให้เกิดเป็นความรู้ระดับเหตุผล และท้ายสุดก็เอาความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริงให้เกิดเป็นรูปธรรม ก็จะเกิดเป็นความรู้แบบทักษะหรือเป็นศิลป์ขึ้น

จึงกล่าวได้ว่า ความรู้เริ่มต้นเกิดจากประสบการณ์และความรู้จะเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่านการมีประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสก่อนเสมอ ซึ่งจะเห็นได้จากกรณีของเด็กที่เกิดมาใหม่ ๆ จะไม่รู้อะไรเลย แต่เมื่อได้รับการศึกษาเล่าเรียนจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่รับรู้ จึงเริ่มซึมซับความรู้ความเป็นจริงขึ้นมาทีละน้อย ๆ จากประสบการณ์การสังเกต “สิ่งเฉพาะ” ซ้ำ ๆ แล้วสรุปเป็น “สิ่งสากล” ยิ่งนานวันก็ยิ่งมากเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ซึ่งจะกลายเป็นฐานของชีวิตในการดำรงชีวิตในสังคมให้คิดเป็นทำเป็นและแก้ปัญหาเป็น เปรียบเสมือนกล่องเปล่าที่ใส่ของจนเต็มหรือกระดาษเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s