ideal state

ideal state รัฐในอุดมคติ

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

1. organistic community as ideal state รัฐในอุดมคติคือองคาพยพ

เพลโทว์ (ก.ค.ศ. 427-347) คิดว่า รัฐมีความต้องการ 3 ประการเหมือนชีวิตมนุษย์ คือคิดป้องกันตัว และเลี้ยงตัว ชีวิตมนุษย์มีสมรรถภาพ 3 อย่าง ตอบสนองความต้องการดังกล่าว คือ เหตุผล ความกล้าหาญ และความหิวกระหาย รัฐในอุดมคติจึงต้องประกอบด้วยบุคคล 3 ประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการ 3 อย่าง คือ กษัตริย์นักปรัชญา (philosopher-king) สำหรับปกครองด้วยเหตุผล สันติบาล (guard) สำหรับรักษาความสงบด้วยความกล้าหาญเข้มแข็ง และราษฎร(freeman) สำหรับผลิตเครื่องอุปโภคและบริโภค
เพื่ออุทิศตนทำงานให้รัฐได้อย่างเสรีและสมบูรณ์ ฝ่ายปกครอง และสันติบาลไม่ควรมีครอบครัวและทรัพย์สินส่วนตัว แต่ควรถือว่าเป็นคนของรัฐ รัฐมีหน้าที่เลี้ยงดูและจัดหาทุกสิ่งให้ตามควรแก่อัตภาพ ส่วนราษฎรจำเป็นต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อมีการแข่งขันกันในการผลิต และมีหน้าที่เสียภาษีให้รัฐเต็มความสามารถ ส่วนทาสและผู้อาศัยที่ดินถือว่าเป็นทรัพย์สินของนาย เพลโทว์ได้เขียนหนังสือ Republi cเพื่อชี้แจงรายละเอียด ซึ่งน่าจะแปลว่า สาธารณรัฐ และน่าจะอยู่ในประเภทรัฐในอุดมคติมากกว่าจะเป็อุตมรัฐ

แอร์เริสทาทเถิล (ก.ค.ศ. 384-322) เสนอความเห็นว่า คนเป็นสัตว์สังคม ดังนั้น คนจะเป็นคนสมบูรณ์แบบไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นสมาชิกของสังคม สังคมย่อมจะต้องเป็นส่วนประกอบหรืออวัยวะของสังคมที่ใหญ่ขึ้นไป สังคมที่เป็นตัวของตัวเองได้และอยู่ได้เป็นเอกเทศ ก็คือนครรัฐ นครรัฐหนึ่ง ๆ จึงเหมือนชีวิตหนึ่ง ๆ ที่สมบูรณ์ที่สุด นครรัฐหนึ่ง ๆ จึงไม่ควรเล็กเกินไปหรือใหญ่เกินไป เพราะถ้าเล็กเกินไปจะอยู่เป็นเอกเทศไม่ได้ ถ้าใหญ่เกินไปการประสานงานระหว่างสมาชิกก็จะไม่สะดวก เพราะสมาชิกไม่รู้จักกันพอเพียง และผู้ประสานงานมีภาระมากเกินไป ดังนั้น รัฐที่เล็กเกินไป ควรรวมตัวกันเข้าให้ได้รัฐที่มีความพอเพียงในตัว ส่วนรัฐที่ใหญ่เกินไปก็ควรแยกตัวออกให้เหลือขนาดที่เหมาะสม ขนาดของรัฐที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่สามารถกำหนดตายตัวลงไปได้ ประเด็นที่สำคัญก็คือ ในรัฐในอุดมคติหนึ่ง ๆ สมาชิกทุกคนจะต้องรู้หน้าที่ของตนและตั้งใจประกอบหน้าที่ของตนโดยดีเพื่อการอยู่ดีของรัฐ ทุกคนจะต้องมีสิทธิหน้าที่ และมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจเพียงพอเพื่อหาความรู้เพิ่มพูนขึ้นเสมอ รัฐคอมมิวนิสต์ทั้งหลายก็จัดอยู่ในประเภทนี้ (ดู communist community)

2. communist community as ideal state รัฐในอุดมคติคือประชาคมคอมมิวนิสต์ มีความคิดเห็นหลายแนวจากผู้มีอำนาจปกครองรัฐคอมมิวนิสต์ เช่น

คาร์ล มากซ์ (1818-1883) สอนว่า การแบ่งชั้นวรรณะเป็นระยะขัดแย้งของสังคมอันจะนำไปสู่ระยะสังเคราะห์ นั่นคือระยะที่ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะในสังคม ทุกคนจะมีสิทธิเสมอภาคกันในสังคม แต่ทว่ามีหน้าที่ต่าง ๆ กันตามความถนัดของแต่ละคน และตามความต้องการของสังคม รัฐในอุดมคติจึงเป็นสังคมของมนุษย์ทั้งโลกที่ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะไม่ว่าในรูปใดทั้งสิ้น ทุกคนเป็นสมาชิกที่มีสิทธิเสมอภาคกันของมนุษยชาติ แต่มีหน้าที่ต่าง ๆ กันเหมือนอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเดียวกัน ถ้าหากว่าจะเกิดมีการแบ่งชั้นวรรณะขึ้นอีกเมื่อใดก็จะอยู่ไม่ได้นาน ในที่สุดจะต้องวิวัฒน์ไปสู่ระยะสังเคราะห์เป็นรัฐในอุดมคติดังกล่าว มนุษย์ทุกคนจึงจะพอใจและอยู่ดีมีสุข

นีโคไล เลนิน (Nikolai Lenin 1870-1924) เห็นว่า สภาพรัฐในอุดมคติตามคติของมากซ์จะอยู่ได้ไม่นาน ถ้าไม่มีพลังควบคุมมิให้เกิดการแบ่งชั้น จึงจัดการให้มีพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้น เพื่อจุดมุ่งหมายดังกล่าวสมาชิกของพรรครวมกันเป็นเหมือนสมองควบคุมร่างกายทั้งหมด ให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความเป็นเอกภาพของร่างกาย แต่ทว่าสมองจะต้องมีความคล่องตัวในการหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ ๆ เพื่อบริหารการควบคุมร่างกายได้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ ดังนั้น สมาชิกในพรรคจะต้องถกปัญหาการบริหารได้อย่างเสรี นับเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบเผด็จการพรรค

โจเสฟ สตาลิน (Joseph Stalin 1879-1953) เห็นว่า การให้สมาชิกของพรรคมีโอกาสถกปัญหากันได้อย่างเสรี เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยก บั่นทอนความมั่นคงของพรรค วิธีแก้ไขก็คือยกเลิกเสรีภาพนี้เสีย ให้ทุกคนสนับสนุนผู้นำคนเดียวที่พรรคแต่งตั้งขึ้น ทั้งนี้จะทำให้ประเทศรุสเซียแข็งแกร่งพอที่จะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ท่ามกลางประเทศนายทุนของโลกได้ และถ้าหากว่าชาติอื่นจะเปลี่ยนเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา ก็จะต้องยกให้ประเทศรุสเซียเป็นผู้นำ นับเป็นการเปลี่ยนนโยบายจากเผด็จการโดยพรรคมาเป็นเผด็จการโดยผู้นำพรรค

นีกิตา ครุสเชฟ (Nikita Khrushchev 1894-1964) ประณามการเผด็จการของสตาลิน หันกลับไปหานโยบายของเลนิน คือ เผด็จการโดยพรรค แต่รับนโยบายของสตาลินที่จะทำให้ประเทศรุสเซียเป็นผู้นำของโลกคอมมิวนิสต์มาปฏิบัติต่อไป

เหมาเจ๋อตุง (Mao Tse-tung 1893-1976) ประณามว่าพรรคคอมมิวนิสต์ของรุสเซียทรยศต่อหลักการของมากซ์ผู้เป็นเจ้าลัทธิ เหมาเจ๋อตุงเสนอตัวที่จะทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศตัวอย่างของสังคมคอมมิวนิสต์ เพื่อให้โลกได้เห็นตัวอย่างแล้วเลื่อมใส และหวังว่าสักวันหนึ่งมนุษยชาติทั้งหมดจะอยู่ร่วมกันด้วยสันติภายใต้อุดมคติของมากซ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s