Montanus

Montanus ลัทธิเมินเทเนิส

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เมินเทเนิส (Montanus ศต. 2) ซึ่งเดิมเป็นปุโรหิตประจำโบสถ์เจ้าแม่ไซบีลิ (Cybele) ในฟรีเจีย (Phrygia) ภายหลังหันมาเลื่อมใสและสมัครเข้านับถือคริสต์ศาสนาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังเสียดายวิชาที่รู้มาจากศาสนาเดิม จึงมีปัญหาเรื่องการประนีประนอมระหว่างศาสนาเจ้าแม่ไซบีลิกับคริสตศาสนา พบว่าอาจจะนำเอาการบำเพ็ญพรตและการเข้าทรงมาใช้ในคริสตศาสนาได้ จึงประกาศตั้งลัทธิใหม่ในคริสต์ศาสนาโดยสอนว่า ที่พระคริสต์เคยตรัสว่าจะประทานพระจิตมาช่วยให้เข้าใจคำสอนของพระองค์อย่างสมบูรณ์นั้น บัดนี้พระจิตเสด็จมาแล้ว โดยสิงสถิตอยู่ในตัวของเมินเทเนิส เพื่ออาศัยตัวเมินเทเนิสเป็นกระบอกเสียงประกาศคำสอนอันสมบูรณ์แบบในคริสต์ศาสนา ทั้งนี้เป็นการเตรียมลู่ทางให้พระคริสต์มาครองโลกในวาระสหัสวรรษ (Millenium) ตามที่เซนต์พอลได้กล่าวไว้

ผู้ใดประสงค์จะมีส่วนร่วมในอาณาจักรของพระคริสต์ในวาระสหัสวรรษ ก็ให้ตระเตรียมจิตใจให้เหมาะสมโดยตัดกิเลสทุกอย่าง ทำจิตใจให้ผ่องแผ้วแล้วไปคอยการปรากฏองค์ของพระคริสต์ ณ ตำบลเปะปูชา (Pepuza) ในแคว้นฟรีเจีย (บางแห่งก็ว่าที่กรุงเยรูซาเลม)

ตัวเมินเทเนิสเองบำเพ็ญพรตเคร่งครัดมากเป็นตัวอย่างมี่ผู้เลื่อมใสจำนวนมาก หลายคนยอมละทิ้งครอบครัว ทรัพย์สิน และความสุขทางโลกทุกอย่างเพื่อเป็นสาวกช่วยเผยแผ่ลัทธินี้ บางคนก็ขายทรัพย์สิน รวบรวมเงินทองได้เท่าไรก็นำติดตัวไปอาศัยอยู่ ณ ตำบลเปะปูชาเพื่อรอการปรากฏองค์ของพระคริสต์ มีสุภาพสตรีโรมันตระกูลสูง 2 ท่านนามว่าแมกเสอมีลเลอ (Maximilla) และเพริสซีลเลอ (Priscilla) ช่วยงานเผยแผ่เข้มแข็งมาก จนถือกันว่าเป็นสาวิกาเอกผู้ร่วมก่อตั้งลัทธิปราชญ์เทอร์เทิลเลียน (Tertullian) ตอนปลายชีวิตก็เลื่อมใสในลัทธินี้

งานนิพนธ์ของลัทธินี้ไม่มีเหลือมาถึงเราเลย เหลือแต่คำอ้างอิงในคำนิพนธ์ของผู้อื่นที่อ้างเพื่อโจมตีเท่านั้น จึงต้องฟังหูไว้หู
สาเหตุที่ทำให้ลัทธินี้ได้รับความนิยมในระยะแรก คำสอนถูกใจชาวบ้าน โดยเก็บเอาความเชื่อถือของชาวบ้านมาเน้นให้เด่น
การถือพรตเคร่งครัดของนักบวช ขณะนั้นนักบวชในคริสต์ศาสนายังไม่นิยมถือโสดและบำเพ็ญพรต เมื่อลัทธินี้กำหนดความเคร่งครัดนี้ขึ้น จึงได้รับความสนใจ

ความเคร่งครัดในหลักศีลธรรม สมาชิกต้องถือหลักศีลธรรมเคร่งครัดเป็นพิเศษ เช่น ห้ามการแต่งงานครั้งที่สองไม่ว่าในกรณีใด ห้ามการอภัยบาปเดียวกันเป็นครั้งที่สอง สมาชิกของลัทธิมีความกระตือรือร้นและภูมิใจในความเคร่งครัดของระบบศีลธรรมของตน จึงเรียกร้องความสนใจได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากผู้ที่อิดหนาระอาใจในความเหลวแหลกของผู้ดีมีเงินในมหาอาณาจักรโรมันขณะนั้น

ความหวังว่าจะได้ความสุขในระยะใกล้ เนื่องจากในระยะนั้นคริสตศาสนาเป็นศาสนาต้องห้ามเพียงศาสนาเดียวในมหาอาณาจักรโรมัน และการปฏิบัติกฤษฎีกาในเรื่องนี้ก็หย่อน ๆ ตึง ๆ ไม่แน่นอน ทำให้คริสตชนมีสภาพเป็นพลเมืองชั้นสอง คริสตชนในขณะนั้นโดยทั่วไปเชื่ออย่างคลุมเครือว่าพระคริสต์จะต้องกลับมาปกครองโลกในแบบยุคพระศรีอาริย์ แต่ไม่ทราบได้ว่าเมื่อใด ในเมื่อลัทธินี้ยืนยันได้อย่างน่าเชื่อว่า วาระสหัสวรรษดังกล่าวใกล้เข้ามาเหลือเกินแล้ว จึงสามารถปลุกระดมให้เสียสละได้มาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s