Mill on greatest happiness

Mill on greatest happiness ความสุขมากที่สุดของมิล

ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

สูตรของลัทธิประโยชน์นิยมโดยเฉพาะมิล (Stuart Mill 1806-73) ยังคิดต่อไป จำเป็นจะต้องกำหนดกันเสียให้แจ่มแจ้งว่าความพึงพอใจหรือความสุขมากที่สุด(the greatest happiness) ดังกล่าวนั้น หมายถึงอะไรกันแน่ เพราะมีความคิดเห็นกันไปต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับความสุขของมนุษย์เรา บางคนว่าความสุขอยู่ที่สุรา นารี บางคนก็ว่าต้องมีใจผ่องแผ้วไร้กิเลส บางคนว่าต้องไปสวรรค์ในโลกหน้า บางคนอยากอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย มิลปรับความเข้าใจว่า หลักการของตนไม่มุ่งถึงโลกหน้า เพราะนั่นเป็นเรื่องของศาสนาซึ่งตนไม่เกี่ยว ตนมุ่งสอนจะให้มนุษย์เรามีความสุขกันในสังคมมนุษย์ในชั่วชีวิตนี้แหละ คือ ขอให้มีความสงบสุขเท่าที่จะหาได้ในชีวิตนี้ ไม่ใช่ความสุขโลดโผนแบบรตินิยม(hedonism) ที่มุ่งหาความตื่นเต้นทางประสาท แต่มุ่งหาการปราบทุกข์บำรุงสุขอย่างยั่งยืน ได้รับความพอใจเป็นครั้งคราวเท่าที่ชีวิตตามปกติจะเสนอให้ เป็นต้นว่าความสุขที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถตามอัตภาพ ไม่ใช่อยู่เฉย ๆ คอยให้คนอื่นปรนเปรอให้ทุกอย่าง “Predominance of the active over the passive” (ความสุขอันแท้จริงอยู่ที่การใช้สมรรถภาพยิ่งกว่าการรอรับบริการ) และเคล็ดลับสำคัญที่จะให้รู้สึกว่ามีความสุข ก็คือ “อย่าคาดคั้นมากกว่าที่ชีวิตของเราจะให้แก่เราได้” (Not to expect more from life than it is capable of bestowing.)

ความสุขมากที่สุดที่หมายถึงนั้นต้องเล็งถึงคุณภาพยิ่งกว่าปริมาณ (Quality more than quantity) ความพึงพอใจในระดับสูงในปริมาณน้อย ๆ ยังดีกว่าความพึงพอใจในระดับต่ำในปริมาณมาก ๆ ฟังเพลงคลาสสิคบทเดียวดีกว่าฟังเพลงลูกทุ่งสัก 10 บท รับประทานทุเรียนเพียงพูเดียวยังดีกว่ารับประทานกล้วยน้ำว้าสัก 1 หวี นี่เป็นหลักซึ่งมิลตั้งไว้ให้เลือกตัดสินใจ ถ้าหากว่าเราสามารถเสนอประโยชน์ต่อสังคมได้หลายอย่าง แต่จำต้องเลือกทำได้จริง ๆ เพียงบางอย่างเดียว ให้เราถือหลักเลือกเสนอคุณภาพก่อน ปริมาณนั้นค่อยตามมาทีหลัง คือให้เลือกประเภทที่มีคุณภาพดีที่สุดแล้วจึงค่อยพยายามให้ได้ปริมาณมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ในคุณภาพที่ดีที่สุดนั้น มิลเห็นว่าความดีเด่นของมนุษย์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมก็คือ การกระทำเยี่ยงมนุษย์ หรือการกระทำอันใดที่ส่อว่าเราเป็นมนุษย์ให้มากที่สุด พูดง่าย ๆ ก็คือผู้ที่จะทำประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด คือ ผู้ที่ส่งเสริมให้มนุษย์จำนวนมากที่สุดได้ใช้ความสามารถสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแต่ละคน คำพูดของมิลต่อไปนี้เปรียบเทียบลึกซึ้งน่าฟังดีมาก

“It is better to be a human being dissatisfied than a pig satisfied; better to be Socrates dissatisfied than a fool satisfied. And if the fool or the pig is of a different opinion, it is because they only know their side of question. The other party to the comparison knows both sides.”

(เป็นคนได้รับความพึงพอใจไม่ถึงขนาด ยังดีกว่าเป็นสุกรที่ได้รับความพึงพอใจถึงขนาด เป็นซาคเขรอถิสไม่สมหวัง ยังดีกว่าเป็นคนโง่เง่าที่สมหวังทุกอย่าง การที่คนโง่เง่าก็ดี สุกรก็ดี ไม่เห็นด้วยกับความคิดเช่นนี้ ก็เพราะว่าคนโง่เง่าและสุกรรู้เฉพาะความสุขตามประสาของตน ส่วนคนฉลาดรู้จักความสุขทั้งสองฝ่ายว่ามีคุณค่าฝ่ายละเท่าไร)

ในทางปฏิบัติจริง ๆ อาจมีปัญหาขึ้นมาได้ว่า บางทีเราอาจจะต้องลังเลใจอยู่กับความดีสองหรือหลายประการจนไม่ทราบว่าจะเลือกทำอย่างไรจึงจะดีที่สุดในกรณีเช่นนี้มิลชี้แจงว่า เราต้องใช้ความรอบคอบ (prudence) คือ รู้จักใช้เวลาและพลังงานพิจารณาเลือกให้พอดีพอควรกับเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ควรใช้เวลาและพลังงานเพียงเล็กน้อยเพื่อพิจารณาดูว่าอะไรจะดีที่สุด แล้วก็รีบตัดสินใจเสีย จะผิดพลาดไปก็ช่างเถอะ เพราะเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เสียหายอะไรมากนัก มัวแต่คิดมากเกินไปก็ไม่คุ้มค่า ถ้าหากว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ก็ควรใช้เวลาและพลังงานพิจารณามากหน่อยให้สมกับความสำคัญของเรื่อง ถ้าหากว่าเลือกผิดพลาดไป ก็จะทำอย่างไรได้ เราได้ใช้ความพยายามพอสมควรกับเรื่องแล้ว การลังเลใจมากเกินไปทำความเสียหายแก่งานมากกว่าความผิดพลาดซึ่งไม่น่าจะมีบ่อยนัก ถ้าลังเลใจมากอาจจะไม่ได้งาน หรือได้งานน้อยเกินควรไปเสียแหละมากกว่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s