Man is religious animal

good

Man is religious animal คนเป็นสัตว์ศาสนา

ผู้แต่ง : สุดารัตน์ น้อยแรม
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ความสำคัญของการนับถือศาสนา ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับสังคม รวมถึงความสำคัญของการนับถือศาสนาต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ศาสนาเป็นสถาบัน ที่สำคัญของสังคม ช่วยกล่อมเกลาพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม เพราะศาสนามีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม ทำให้สามารถควบคุมตนเองได้ในทุกสถานการณ์ เพราะมีหลักธรรมช่วยพัฒนาจิตใจให้รู้จักควบคุมกาย วาจา ใจ ไม่ให้คิดร้ายเบียดเบียนกันและกัน พัฒนาภูมิปัญญาให้มีระดับสูงขึ้นทางความคิดและมโนธรรมอันลึกซึ้งที่จะนำพาชีวิตไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งสันติสุข เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจได้ในการดำเนินชีวิตเมื่อเกิดปัญหา นอกจากนี้ศาสนายังเป็นบ่อเกิดวัฒนธรรมของสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นคุณภาพจิตใจที่ดีงามของมนุษย์ และที่สำคัญศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมที่มีวิวัฒนาการ เนื่องจากศาสนาทำให้สังคมมีความสงบร่มเย็นมุ่งเน้นการทำความดี หากทุกคนในศาสนาเป็นคนดี สังคมโดยรวมก็จะมีแต่ความสุข

การเข้าใจถึงหัวใจแห่งศาสนาของตน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม หากแต่เป็นศาสนาที่ถูกต้องมีอยู่เพื่อคุ้มครองสังคมและคุ้มครองโลก มุ่งสู่สันติภาพโดยรวมด้วยความไม่เห็นแก่ตัวแล้ว ย่อมเป็นสิ่งดีงามและมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์โลก ศาสนาจะคุ้มครองสังคม ก็ต่อเมื่อสังคมมีศาสนา ซึ่งหัวใจของแต่ละศาสนามีความเหมือนกันคือการทำลายความเห็นแก่ตัว แม้ว่ารูปแบบภายนอกเปลือกนอกของศาสนาดูเหมือนจะแตกต่างกันตรงข้ามกัน แต่เมื่อมองลึกเข้าไปภายในแล้ว จะพบว่าเหมือนกัน เป็นเพราะว่าเจตนาของทุกศาสนาไม่ต้องการความเห็นแก่ตัว พระศาสดาแต่ละศาสนามีจุดมุ่งหมายเพื่อสันติสุข ศาสนาทุกศาสนามีหน้าที่เป็นแสงสว่างของสังคม นำพาสังคมไปสู่วิถีทางที่ถูกต้องด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ตัวเป็นอันตรายและเป็นศัตรูร้ายของมนุษย์ เมื่อมนุษย์เห็นแก่ตัวก็จะบังเกิด โลภะ โทสะ โมหะ ติดตามมาซึ่งเป็นผลจากการควบคุมสัญชาตญาณไว้ไม่ได้

สัญชาตญาณที่ขาดการควบคุมเป็นกิเลสทำให้เกิดเป็นความเห็นแก่ตัว อันเป็นสาเหตุแห่งปัญหาทั้งปวงและต้นเหตุแห่งความทุกข์ สัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หากเป็นธรรมชาติฝ่ายต่ำจะก่อให้เกิดปัญหากลายเป็นกิเลสและเกิดทุกข์ได้ แต่ถ้าเป็นไปในทางธรรมชาติฝ่ายสูง (ใช้สัญชาตญาณปัญญา) ก็จะเข้าใจทุกข์สามารถแก้ไขปัญหาได้เนื่องจากเข้าใจทุกข์ หากมนุษย์ยังไม่สามารถเปลี่ยนสัญชาตญาณกิเลสฝ่ายต่ำได้ ก็ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปจากความเห็นแก่ตัว สร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเอง ทำให้เป็นปัญหาแก่ผู้อื่นและสังคม ในความเป็นจริงแล้วสัญชาตญาณพื้นฐานไม่อาจสามารถทำลายหรือยุติได้ เพียงแต่ต้องควบคุมไว้ ซึ่งการควบคุมก็คือการพัฒนาจิตใจ จนกว่าจะถึงที่สุดในระดับที่มีความรู้อันถูกต้องในทางที่จะดับทุกข์ได้

ศาสนาเกิดขึ้นจากการเผยแผ่ของพระศาสดา ศาสนิกชนผู้นับถือศาสนาเป็นผู้ฟังและปฏิบัติตาม ศาสนามีความสำคัญอย่างมากระหว่างพระศาสดากับศาสนาและศาสนิกของศาสนานั้น ๆ จึงเป็นหน้าที่ของศาสนิกชนของศาสนาทั้งหลายที่จะต้องเข้าถึงเข้าใจศาสนาของตน หากทุกคนเข้าถึงหัวใจแห่งศาสนาของตนแล้ว จะเข้าใจว่าศาสนาที่มีอยู่มาได้จนปัจจุบันนี้ เพราะมีเปลือก วิธีการ วัฒนธรรม พิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา ซึ่งแต่ละศาสนา มีไม่เหมือนกัน แต่เปลือกนอกของศาสนาก็ห่อหุ้มสติปัญญาอันลึกซึ้ง เหมือนผลไม้ถ้าไม่มีเปลือกห่อหุ้มเนื้อในก็มีอยู่ไม่ได้ เช่นเดียวกับศาสนาทุกศาสนาต่างก็มีเนื้อในแห่งสติปัญญากำหนดเป้าหมายได้ในทิศทางเดียวกันคือ ต้องการดับทุกข์ มีสุขด้วยความไม่เห็นแก่ตัว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s