Machiavelli and Borgia

Machiavelli, Niccolo มาเคียเวลลีและตระกูลบอร์เยีย

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

นิกโคโล มาเคียเวลลี (Niccolo Machiavelli 1469-1527) เป็นชาวฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี บิดาเป็นทนายความ มาเคียเวลลีเรียนกฎหมายแล้วเข้าเล่นการเมือง อายุ 29 ปีได้ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการบริหาร 10 ท่านของนครรัฐฟลอเรนซ์ ซึ่งขณะนั้นปกครองด้วยระบอบอสาธารณรัฐโดยกลุ่มพ่อค้า ระหว่างนั้นนครรัฐฟลอเรนซ์มีปัญหากับนครรัฐใกล้เคียงตลอดเวลา มาเคียเวลลีต้องทำหน้าที่เป็นทูตไปเจรจาการเมืองหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและเยอรมนี รู้สึกลำบากใจที่พูดจากันไม่ค่อยได้ผล เพราะต่างฝ่ายต่างคิดถึงประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ทำให้มาเคียเวลลีรู้สึกท้อแท้ใจมาก เพราะเห็นว่าการที่ประเทศอิตาลีถูกแบ่งออกเป็นนครรัฐมากมายและแข่งขันกันเป็นใหญ่เหนือกันและกันเช่นนี้ ย่อมบั่นทอนกำลังซึ่งกันและกัน

ในปี ค.ศ.1502 (อายุได้ 33 ปี) มาเคียเวลลีได้พบปะสนทนากับเชซาเร บอร์เยีย รู้สึกประทับใจในบุคคลิกภาพและนโยบายที่จะรวมอิตาลีทั้งหมดให้อยู่ในอำนาจเดียวกัน ครั้นเมื่อตระกูลเมดิสิซึ่งเป็นเจ้านครมาก่อน สามารถยึดอำนาจคืนได้ในปี ค.ศ.1512 มาเคียเวลลีก็ถูกจองจำอย่างทรมานเป็นเวลา 2 ปี ใช้เวลาว่างเขียนหนังสือที่รู้จักกันดีชื่อว่า เจ้าเหนือหัว(The Prince) เข้าใจว่าคงเขียนจากความรู้สึกประทับใจในตัวของเชซาเร บอร์เยีย ครั้นได้อิสรภาพก็กลับไปใช้ชีวิตส่วนตัว อยากจะเล่นการเมืองอีก ตั้งใจว่าแม้จะสวามิภักดิ์ต่อขุนนางตระกูลเมดิสิที่กำลังครองอำนาจอยู่ในฟลอเรนซ์ก็จะยอม แต่ก็ไม่มีใครสนับสนุน จึงใช้เวลาว่างเขียนหนังสือไปจนถึงแก่มรณกรรม

บอร์เยียเป็นตระกูลชาวอิตาเลียนเชื้อสายสเปน มีบทบาทมากในสำนักสันตะปาปา โดยมีบุคคลในตระกูลได้เป็นสันตะปาปาถึง 2 องค์ และสร้างความวุ่นวายในการปกครองคริสตจักรทั้ง 2 องค์ คือ อัลฟอนโซ บอร์เยีย (Alfonso Borgia) ได้เป็นสันตะปาปาแคลิกซ์เทิสที่ 3 (1455-8) และโรดรีโก บอร์เยีย ได้เป็นสันตะปาปาแอลิกแซนเดอร์ที่ 6 (1492-1503) ทั้ง 2 เป็นนักการเมืองที่เล่นการเมืองในสำนักสันตะปาปา ทำให้สันตะสำนักหมดสันติ นอกนั้นก็มีนักบุญแฟรงซิส บอร์เยีย อัครธิการอันดับที่ 3 ของคณะเยสุอิต และมีคาร์ดินัลและบีชอพที่ดี ๆ อีกหลายท่าน

แต่ที่เข้ามาด้วยจิตตารมณ์นักการเมืองก็มี เชชาเร บอร์เยีย (Cesare Borgia 1475-1507) เป็นบุตรของสันตะปาปาแอลิกแซนเดอร์ที่ 6 ที่เกิดก่อนบิดาได้เป็นสันตะปาปา อายุ 16 ปี ได้เป็นอาร์ชบีชอพ อายุ 18 ได้เป็นคาร์ดินัลโดยบิดาของตนแต่งตั้ง ทั้ง ๆ ที่บอร์เยียไม่เคยได้บวชเป็นบาทหลวงและไม่เคยอยากบวช ที่เป็นอาร์ชบีชอพและคาร์ดินัลก็เป็นโดยตำแหน่งเพื่อรับผลประโยชน์เท่านั้น แต่ทำพิธีศาสนาไม่ได้ เพราะไม่ได้รับศีลบวช  ครั้นอายุ 22 ปีก็ลาออกจากตำแหน่งทางศาสนา เพราะอยากเล่นการเมืองอย่างเปิดเผย โดยใช้อิทธิพลของบิดาซึ่งขณะนั้นยังเป็นสันตะปาปาอยู่ เพื่อแสวงหาอำนาจโดยทุกวิถีทาง อายุ 24 แต่งงานกับหญิงชาวฝรั่งเศส ผูกสัมพันธไมตรีกับกษัตริย์หลุยส์ที่ 12 ของฝรั่งเศส และขอกำลังทหารฝรั่งเศสช่วยยึดดินแดนภาคกลางของอิตาลีเข้าเป็นอาณาจักรของตนโดยผนวกดินแดนของสันตะปาปาด้วย โดยความยินยอมของบิดาซึ่งเป็นสันตะปาปา ครั้นสันตะปาปาต่อมาคือจูเลียสที่ 2 ขึ้นสืบตำแหน่งก็จัดการยึดดินแดนของสำนักสันตะปาปาคืน เชชาเรหนีไปและถูกจับได้ที่เมืองเนเพิล ถูกจำคุกก็ยังหนีไปได้อีกที่สุดก็ถูกลอบฆ่าตายในประเทศฝรั่งเศส ตอนที่พบกับมาเคียเวลลีนั้น เชชาเรกำลังมีอำนาจเฟื่องในภาคกลางของอิตาลีทั้งหมด

เนื่องจากขณะนั้นอิตาลียังแบ่งแยกกันเป็นนครรัฐอิสระมากมาย และทะเลาะวิวาทชิงความเป็นใหญ่ ปัญหาพื้นฐานในใจของมาเคียเวลลีก็คือว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้ชาวอิตาเลียนสำนึกในความเป็นชาติ เพื่อจะรวมตัวกันเป็นชาติขึ้นมาได้เหมือนชาติอังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว มาเคียเวลลีคิดว่าจำเป็นต้องใช้เหตุผลทางปรัชญา ชักจูงใจชาวอิตาเลียนที่มีความรู้ความสามารถให้เกิดความสำนึกด้วยเหตุผล มาเคียเวลลีได้คิดและเสนอความคิดของตนในลักษณะปรัชญาการเมือง จนได้ชื่อว่าเป็นผู้วางรากฐานให้กับปรัชญาการเมืองยุคใหม่ ในลักษณะปรัชญาประยุกต์อย่างแท้จริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s