Leibniz on monad

Leibniz on monad ไลบ์นิซว่าด้วยโมนาด

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

โมนาดวิทยา (monadology) หรือทฤษฎีโมนาด คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่พบในความคิดของเดการ์ต มัลบลองช์ สเพอโนเซอ ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อยืนยันและสร้างระบบเครือข่ายให้แข็งแกร่งเต็มที่

เป้าหมายของปรัชญาสำหรับไลบ์นิซเหมือนสำหรับเดการ์ต คือ เป็นตัวเชื่อมและทำหน้าที่หาความหมายที่กลมกลืนระหว่างกลศาสตร์กับเทววิทยา นอกจากนั้นยังเชื่อเหมือนเดการ์ตและนักปราชญ์ทั่วไปสมัยนั้นว่ากลศาสตร์ไม่ใช่เป็นเพียงสมมุติฐานเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ แต่เป็นวิชาที่ยืนยันความเป็นจริงของปรากฏการณ์จริง ๆ กล่าวคือเป็นอภิปรัชญาจักรวาลนั่นเอง

เพราะเหตุนี้เองไลบ์นิซจึงไม่เห็นด้วยกับเดการ์ตว่าสสารเป็นเพียงการแผ่กว้าง เพราะเป็นการตีความที่เรียบง่ายเกินไป ไลบ์นิซเห็นว่าสาระและการแผ่กว้างเป็นมโนคติขัดแย้งกัน ทั้งนี้ก็เพราะการแผ่กว้างย่อมอยู่ในอวกาศ แต่ทว่าอวกาศมีคุณสมบัติ 2 อย่างซึ่งขัดกับการเป็นสาระ คือ 1) แบ่งได้ไม่รู้จบ 2) มีส่วนประกอบ ทั้งสองประการย่อมขัดกับการมีเอกภาพภายในของสาระ เพราะฉะนั้นสาระที่แผ่กว้างย่อมขัดแย้งในตัวเอง มีจริงไม่ได้ นอกจากจะถือเป็นเพียงข้อสมมุติ ดังนั้น สาระจึงไม่มีความแผ่กว้าง

ไลบ์นิซเห็นว่า เนื่องจากเดการ์ตไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้จึงเกิดปัญหายุ่งยากหลายประการ เช่น ต้องสมมุติว่าการเคลื่อนทุกอย่างมาจากพระเจ้า การเคลื่อนมีปริมาณจำกัดซึ่งล้วนแต่ต้องอาศัยปาฏิหาริย์ทั้งสิ้น ไลบ์นิซพยายามจะแก้ปัญหานี้ เพื่อจะยืนยันว่าไม่มีปาฏิหาริย์จริงในงานของพระเจ้า
ไลบ์นิซแก้ปัญหาโดยเสนอทฤษฎีโมนาด อันเป็นสิ่งไม่กินที่ (non-spatial) เป็นทั้งกัมมันต์และอกัมมันต์ในตัว (active and passive) เพราะในโมนาดแต่ละตัวมี 2 ปฐมธาตุ คือ ธาตุกัมมันต์ (entelechy or active principle) และธาตุอกัมมันต์ (prime or pure or passive principle) ทั้งสองไม่ใช่ส่วนประกอบของโมนาด แต่เป็น 2 อัญรูปของโมนาด (two modes of monads)

โมนาดที่มีลักษณะทั้งสองที่เห็นได้ชัดก็คือ จิตในตัวเรา ซึ่งเป็นทั้งกัมมันต์และอกัมมันต์ เพราะฉะนั้นน่าจะสรุปได้ว่า โมนาดทุกตัวเป็นจิตในระดับต่าง ๆ กัน

จึงเห็นได้ว่าปฏิกิริยาของไลบ์นิซต่อเดการ์ตนำไปสู่การคัดทิ้งมโนคติการแผ่กว้างเสียเหลือไว้ แต่ผู้คิดเพียงอย่างเดียว หรือพูดให้ถูกกว่านั้น ไลบ์นิซรวมทั้ง 2 อย่าง คือผู้คิดและสิ่งแผ่กว้าง(ที่ไม่แผ่กว้าง)เข้าเป็นอย่างเดียวคือโมนาด เพราะโมนาดแม้ไม่มีส่วนประกอบแต่ก็มี 2 ธาตุ คือ ธาตุกัมมันต์และธาตุอกัมมันต์ ที่สรุปได้ว่ามี 2 ธาตุ ก็เพราะเรามีประสบการณ์ในตัวเราเองว่า เรามีความคิดแจ่มแจ้งและชัดเจน (จากธาตุกัมมันต์) และมีการรับรู้ที่สับสน (จากธาตุอกัมมันต์)

เทห์ที่เรามีผัสสะได้ รวมทั้งร่างกายของเราเองด้วย เป็นกลุ่มของโมนาดจำนวนมากมาย ที่เราเห็นเป็นก้อนเทห์ก็เพราะใช้การรับรู้ที่สับสน จึงได้ความเป็นจริงที่สับสน (reality confused perceived) จะเรียกว่าเป็นมายาก็จะเกินไป ควรเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์จะดีกว่า คือเป็นปรากฏการณ์ที่มีฐานแกร่ง (Phenomenon well founded) นั่นคือมีพื้นฐานอยู่บนโมนาดนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่างเทห์ที่ไม่มีชีวิตและมีชีวิตก็คือ เทห์ไม่มีชีวิตเป็นเพียงการจับกลุ่มของโมนาด (aggregation of monads) อย่างอิสระต่อกัน ส่วนเทห์มีชีวิตนั้นแต่ละหน่วยจะมีโมนาดราชินี (Queen monad) คุมโมนาดอื่น ๆ ในกลุ่มของตนเป็นชีวิตหนึ่ง ๆ กลุ่มย่อย ๆ ลงไปในหน่วยชีวิตหน่วยเดียวกันอาจจะมีโมนาดราชินีรอง ๆ ลดหลั่นลงไปอีกกี่ขั้นก็ได้ โดยขึ้นต่อโมนาดราชินีที่สูงขึ้นไปตามลำดับ เช่น กระเพาะมีโมนาดราชินีย่อยที่ขึ้นต่อราชินีแห่งระบบย่อยอาหาร ซึ่งขึ้นต่อราชินีแห่งโมนาดคนอีกต่อหนึ่ง

มีปัญหาที่ไลบ์นิซต้องถือว่าโมนาดไม่มีหน้าต่าง (Monads have no windows)ติดต่อถึงกัน เพื่อรักษาเอกภาพสมบูรณ์ของแต่ละโมนาด แต่ในเวลาเดียวกันต้องถือว่าแต่ละโมนาดหรือกลุ่มของโมนาดเป็นตัวแทน (represent) เอกภพทั้งหมด มิฉะนั้นความรู้เอกภพก็จะเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เรารู้หรือคิดในโมนาดราชินีของเราแต่ละคนย่อมเป็นความจริงของเอกภพทั้งหมดด้วย เป็นการยืนยันความเชื่อในระบบเครือข่ายและวจนศูนย์นิยมอย่างเต็มที่ จะประนีประนอมกันได้อย่างไร ไลบ์นิซต้องพึ่งพระเจ้าเป็นทางออก (Deus ex machina) ตามทฤษฎีความกลมกลืนล่วงหน้า (pre-established harmony) ซึ่งพระเจ้าได้ประทานไว้ในขณะสร้างแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s