language, meaning of

language, meaning of ความหมายของภาษา

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ธาเมิส คูห์น (Thomas Samuel Kuhn) อธิบายไว้ว่า “กระบวนทรรศน์ เป็นระบบคำอธิบายที่ใช้ภาษาระบบหนึ่ง ๆ เป็นสื่อ ภาษาแต่ละระบบก็จะเข้าใจได้ในระบบของตนเท่านั้น ข้ามระบบแล้วก็มีความหมายไปคนละเรื่อง” ทำให้เข้าใจถึงความจำเป็นในการวิเคราะห์หาความหมายของภาษาที่ใช้ ซึ่งจะพบว่าแม้จะเป็นภาษาเดียวกันแต่ก็อาจอยู่ในกรอบกระบวนทรรศน์ที่แตกต่างกันได้ นั่นคือภาษาที่สื่อความออกมาแล้วดูเหมือนกัน แต่เมื่อมองผ่านกรอบกระบวนทรรศน์ที่แตกต่างกันแล้ว ความหมายที่ปรากฏก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ความรู้จึงมิใช่ภาพเหมือนของความเป็นจริง (copy of reality) แต่เป็นปฏิกิริยาต่อความเป็นจริง (reaction on reality) ผ่านทางภาษา ความคิดของมนุษย์จึงเป็นทั้งการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงและเปลี่ยนแปลงตัวผู้คิดไปด้วยในเวลาเดียวกัน มนุษย์จึงไม่มีทางเข้าถึงความเป็นจริงได้ด้วยการคิด เพราะมนุษย์คิดได้ผ่านทางภาษา และภาษานั้นก็มิใช่สื่อที่ดีที่จะสะท้อนความเป็นจริงได้ตรง ๆ เนื่องจากภาษามักจะชอบบิดเบือนความเป็นจริงไม่มากก็น้อยและยังสามารถสร้างความเป็นจริงของความหมายใหม่ ๆ ต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ จึงไม่ควรสนใจเรื่องความเป็นจริงวัตถุวิสัยของภาษาให้เสียเวลา ควรสนใจว่าผู้ใช้ภาษาต้องการหมายความอะไรดีกว่า ต่อจากนั้นค่อยสืบสาวไปว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิตและสังคม ส่วนจะเชื่อว่ามีความเป็นจริงอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ถือเป็นเรื่องนอกประเด็น ไม่ควรให้ความสำคัญมาก ควรปล่อยให้เป็นความเชื่อของแต่ละคนแต่ละสำนักจะดีกว่า

ระบบภาษาในกระบวนทรรศน์ต่าง ๆ จึงมีทั้งคุณและโทษ ซึ่งมิได้อยู่ที่ตัวภาษาแต่อยู่ที่ผู้ใช้ภาษา การใช้ภาษาได้อย่างปลอดภัยและให้ก่อคุณมากที่สุดก็คือ การรู้และยอมรับว่าภาษาบ่งได้หลายอย่างและมีความหมายได้หลายระดับ พึงรับฟังและพิจารณาด้วยวิจารณญาณ พินิจพิเคราะห์ด้วยจิตเมตตาและพยายามเข้าใจในแง่ดีไว้ก่อนเสมอ และเมื่อจะใช้ภาษาในการสื่อสารให้ระวังความหมายที่แอบแฝงและการสื่อที่อาจจะทำให้เข้าใจผิด เมื่อพบว่าเราเองสื่อความหมายผิดไปจากที่ตั้งใจไว้ ให้รีบ ขออภัย ยอมรับความผิดพลาด และปรับความเข้าใจใหม่ทุกครั้ง การยอมรับความบกพร่องเสียบ้าง จะทำให้การใช้ภาษาปลอดภัยและเป็นคุณมากขึ้น

พระพุทธเจ้าทรงนำเสนอเรื่อง วาจาสุภาษิต (สุภาสิตา จ ยา วาจา) ไว้ในวาจาสูตร ว่า ประกอบด้วย องค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่

1. เป็นวาจาที่กล่าวถูกกาล

2.วาจาที่กล่าวเป็นความจริง

3.วาจาที่กล่าวอ่อนหวาน

4.วาจาที่กล่าวประกอบด้วยประโยชน์

5.วาจาที่กล่าวด้วยเมตตาจิต

หากทุกคนเข้าใจและนำไปใช้ก็เชื่อได้ว่าน่าจะลดปัญหาเรื่องการสื่อสารผ่านทางภาษาได้เป็นอย่างดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s