Kepler and network

Kepler and network เคพเลอร์กับเครือข่าย

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เคพเลอร์ (Johann Kepler 1571-1630) เกิดหลังจากที่เคอเพอร์นิเคิสถึงแก่มรณกรรมไปแล้ว 28 ปี เป็นชาวเยอรมัน เติบโตในบรรยากาศโปรเตสแตนต์และโชคไม่ช่วยเหมือนเคอเพอร์นิเคิส สุขภาพไม่สมบูรณ์ ชอบเรียน แต่ขาดการสนับสนุน ต้องตะเกียกตะกายส่งตัวเองเรียน จนได้เรียนในมหาวิทยาลัยทุบีนเกน เรียนดาราศาสตร์จากศิษย์ของเคอเพอร์นิเคิส ไปสอนคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ที่ออสเตรีย ได้พบวิธีปรับปฏิทินให้ตรงกับดาราศาสตร์ซึ่งสันตะปาปาเกรโกรีที่ 13 สนพระทัยนำไปประกาศใช้และยังใช้มาจนทุกวันนี้ในระดับสากล เรียกว่า ปฏิทินเกรโกเรียน (Gregorian Calendar)

ในที่สุดไปเป็นลูกมือของทายโคว์ บราเฮอ (Tycho Brahe –1601) ซึ่งเก็บข้อมูลดาราศาสตร์ที่ตนเองสังเกตได้ไว้มาก ช่วยให้เคพเลอร์สามารถสืบต่อผลงานของเคอเพอร์นิเคิสได้ สนใจเขียนขึ้นเป็นตำรา On the Motion of the Planet Mars, 1609 (ว่าด้วยการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์อังคาร) ตอนปลายชีวิตลูกเมียตายหมด ถูกทอดทิ้งให้ตกระกำลำบากและถึงแก่มรณกรรมอย่างคนขัดสน เขียนคติพจน์บนหลุมศพของตนเองว่า

ครั้งหนึ่งข้าฯวัดฟ้า วันนี้หนาวัดพสุธา

ด้วยข้อมูลทั้งหลายที่ได้จากการสังเกตทดลองและใช้การคำนวณยืนยัน ทำให้เคพเลอร์มั่นใจยิ่งกว่าเคอเพอร์นิเคิสว่า มีความตรงกันระหว่าง 3 ระบบเครือข่าย และเชื่อว่าพระเจ้าทรงพระประสงค์เช่นนั้น จึงมั่นใจว่าหลักดาราศาสตร์ 5 ข้อของชาวกรีกใช้ไม่ได้ เพราะคิดกำหนดเอาเองตามที่เห็นควร แล้วเชื่อว่าความเป็นจริงต้องเดินตาม ซึ่งไม่มีหลักค้ำประกันเลย

ด้วยความเชื่อดังกล่าว เคพเลอร์จึงมั่นใจว่าเอกภพ ดำเนินตามหลักคณิตศาสตร์น้อยข้อ และเมื่อพบว่ากฎสองข้อของตนได้รับการยืนยันทั้งจากการคำนวณและการทดสอบ ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น คือ

1. ดาวเคราะห์ทั้งหลายโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี
2. ดาวเคราะห์โคจรด้วยความเร็วไม่สม่ำเสมอ แต่ทว่าเนื้อที่ที่กวาดไปโดยลากเส้นจากดวงอาทิตย์ถึงดาวเคราะห์นั้นสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เคพเลอร์ไม่อาจจะอธิบายได้ว่าทำไมดาวเคราะห์ถึงโคจรอย่างนั้น คงจำกัดคำอธิบายอยู่ในประเด็นว่าโคจรอย่างไรเท่านั้น จึงยากที่คนในสมัยนั้นจะรับเข้ามาแทนทฤษฎีของแอเริสทาเทิลและทาเลอมิ ซึ่งอธิบายได้ทั้ง 2 ปัญหา แม้จะยุ่งยากอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ตามนักเดินเรือได้รับประโยชน์จากทฤษฎีของเคพเลอร์อย่างมาก เพราะรู้ทิศทางและที่ตั้งของเรือได้สะดวกและแม่นยำกว่าเดิมมาก
อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้คนสมัยนั้นยังติดข้องอยู่กับดาราศาสตร์แบบเก่ากันอยู่มาก ก็เพราะเป็นไปตามประสบการณ์จริงมากกว่า ส่วนประสบการณ์ของเคพเลอร์เป็นประสบการณ์ในกรอบของการคำนวณ ซึ่งใช้อธิบายปรากฏการณ์ได้ แต่ตัวหลักการและข้อมูลสำหรับคำนวณหาประสบการณ์ตรงไม่ได้ เพียงแต่เอาผลมาคำนวณได้ตามระบบเท่านั้น ก็เลยไม่แน่ใจกันว่าควรเชื่อประสบการณ์แบบไหนมากกว่ากัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s