Kant’s Pure Forms of Understanding

Kant’s Pure Forms of Understanding กลไกความเข้าใจของคานท์

ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

อิมมานุเอล คานท์ (Immanuel Kant 1724-1804) เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมันผู้เสนอทฤษฎีกลไกการทำงานของสมองออกเป็นกลไกความรู้สึก (ดู Pure Forms of Sensation) และกลไกความเข้าใจเพื่อสร้างความรู้ให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน

ความรู้เฉพาะหน่วยถ้าผ่านกลไกขั้นตอนที่ 2 ต่อไปก็กลายเป็นความรู้สากล โครงสร้างของกลไกขั้นตอนที่ 2 เรียกว่า แบบบริสุทธิ์แห่งความเข้าใจ(pure forms of understanding) ซึ่งมีอยู่ 4 ชั้น ๆ ละ 3 ช่อง รวมเป็น 12 ช่อง รวมเรียกว่าวิภาค 12 (12 categories) การผ่านนั้นจะต้องผ่านชั้นละ 1 ช่องเท่านั้น แต่ต้องผ่านครบทั้ง 4 ชั้นดังผังต่อไปนี้

kantPFU

ทั้งความรู้เฉพาะหน่วย และความรู้สากลต่างก็เป็นความรู้เท่าที่ปรากฏแก่ปัญญาของเรา ความรู้สากลรวมกฎเกณฑ์และสูตรต่าง ๆ ของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วย จึงเห็นได้ทันทีว่า ความรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่สามารถให้ความจริงแก่เราได้ เพราะผ่านกรรมวิธี หรือกลไกตามโครงสร้างของปัญญา ออกมาเป็นความรู้เท่าที่ปรากฏแก่ปัญญาของเรา แต่ทว่าเป็นความรู้ที่แน่นอนตายตัว เพราะมนุษย์ทุกคนมีโครงสร้างของปัญญาแบบเดียวกัน ถ้ามีมนุษย์ในโลกอื่น มนุษย์พวกนั้นคงจะมีโครงสร้างของปัญญาไปอีกแบบหนึ่ง ระบบคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของพวกนั้นก็จะไม่เหมือนของพวกเรา จะค้นคว้าร่วมกันไม่ได้ เพราะคิดกันคนละแนว มีเหตุผลกันคนละแบบ ตัดสินใจว่าของใครจริงและของใครเท็จไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของโครงสร้างของปัญญา ความจริงและความเท็จนั้นไม่ใช่ตัดสินกันว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ เพราะถ้าตัดสินกันแบบนี้แล้ว ระบบไหนก็เท็จทุกระบบ แต่เราตัดสินความจริงและความเท็จกันด้วยมาตรการว่า ตรงกับโครงสร้างของปัญญาหรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าโครงสร้างของปัญญาต่างไป มาตรการตัดสินความจริงและความเท็จก็ต้องต่างกันออกไป หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าต่างพวกต่างมีมาตรการตัดสินความจริงและความเท็จของตน

สำหรับการศึกษาระดับต้นนี้ ยังไม่ต้องจำหมดทั้ง 12 กลไก จึงไม่แปลเป็นภาษาไทยให้ แต่ให้สังเกตเพียงช่องที่ 3 ซึ่งตรงกับความสม่ำเสมอในธรรมชาติของฮิวม์ ช่องที่ 8 ซึ่งตรงกับกฎการเป็นสาเหตุของฮิวม์ และช่อง 12 ซึ่งตรงกับเหตุผลหรือระเบียบตรรกวิทยา คือถ้าประสบการณ์ผ่านช่องที่ 3 เราจะเข้าใจว่าเป็นกฎสากล ถ้าประสบการณ์ผ่านช่องที่ 8 เราจะเข้าใจว่าสิ่ง ๆ นั้นเป็นสาเหตุเป็นผลต่อกัน และถ้าประสบการณ์ผ่านช่องที่ 12 ก็จะเห็นว่าเป็นเหตุผล หมายความว่าสำหรับคานท์ ความสม่ำเสมอในธรรมชาติก็ดี กฎการเป็นสาเหตุก็ดีและเหตุผลก็ดี มิได้มีจริงในความเป็นจริงภายนอก แต่มีความแน่นอนในโครงสร้างของปัญญาของมนุษย์ทุกคนในโลกของเรานี้ จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการแบ่งรับแบ่งสู้กับลัทธิประสบการณ์นิยมของฮิวม์ และลัทธิเหตุผลนิยมของวอลแตร์และเดการ์ตนั่นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s