Kant to postmodernism

kant01

Kant to postmodernism จากคานท์สู่หลังนวยุคนิยม

ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

คานท์ได้ทำลายความมั่นใจในสมรรถภาพคิดของมนุษย์ลงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครดิตของขบวนการพุทธิปัญญาซึ่งค่อย ๆ ลดลงตามลำดับจนเหลือน้อยในปัจจุบัน แม้ลัทธิปฏิฐานนิยมจะพยายามรับบทบาทแทนโดยอ้างผลสำเร็จของวิทยาศาสตร์ในการให้เทคโนโลยีสูงขึ้น ๆ แก่มนุษยชาติ แต่หลักการและวิธีการของวิทยาศาสตร์เอง ยิ่งค้นคว้าลึกลงไปมากเท่าใดก็ยิ่งพบความไม่แน่นอน

ไอน์ชทายน์ (Albert Einstein 1879-1955) ได้พยายามกู้สถานการณ์ไว้โดยเสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพเข้ามาเสริมวิทยาศาสตร์แบบของนิวเทิน (Newtonian Science) จนได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 1921 แต่ก็ยังหายใจกันไม่ทั่วท้องอยู่ดี

ในที่สุดไฮเซนเบิร์ก (Werner Karl Heisenberg 1901 – 1976) ไม่อาจเก็บความกดดันไว้ได้อีกต่อไป จึงแถลงหลักการแห่งความไม่แน่นอน (Principle of Indeterminacy) ออกมาให้ชาวโลกได้รู้ในปี1927 (เพียง6 ปี หลักจากที่ไอน์ชทายน์รับรางวัลโนเบล) แม้จะสร้างความตกตะลึงและความผิดหวังให้กับชาวโลกที่ได้พยายามสร้างระบบเครือข่ายมาด้วยความวิริยะอุตสาหะตั้งแต่เธลิส (ประมาณ ก.ค.ศ. 585) จนถึงคำแถลงการณ์ของไฮเซนเบิร์ก นับเป็นเวลาถึง 2,512 ปี ชะรอยเรามิสูญเสียพลังงานไปเปล่า ๆ หรือไฮเซนเบิร์กได้รับรางวัลโนเบลสำหรับความกล้าแถลงครั้งนี้ในปี ค.ศ. 1932 หลังจากไอน์ชทายน์ 11 ปี

มีปฏิกริยาสุดโต่งออกมาเป็นหลายลัทธิ เช่น Nihilism (สุญนิยม) relativism (สัมพัทธนิยม) deconstructionism (ลัทธิรื้อถอน) scepticism (วิมัตินิยม) ฯลฯ แต่ก็ดำเนินการในแนวเดียวกัน คือ เราหมดความหวังที่จะรู้ความจริงเป็นระบบสมบูรณ์แบบ คือ มีความรู้ได้ แต่ไม่มีทางจะรู้ได้ว่าจริงหรือเท็จ แน่นอนว่าปรัชญาอย่างนี้ย่อมจะกระพือโหมความสิ้นหวังให้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่ง ๆ ขึ้น

วิทเกินชทายน์ (Ludwig Wittgenstein 1889-1951) อุทิศชีวิตเพื่อหาทางออกด้วยหนังสือ Tractatus Logico-Philosophicus (ตำราตรรกปรัชญา) ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ในปี 1921 วิทเกินชทายน์หาทางสายกลางให้ว่าความรู้ของมนุษย์ไม่ใช่รูปถ่ายของความเป็นจริง (copy of reality) เพื่อแก้ความสุดโต่งของลัทธิวจนศูนย์นิยม แต่เป็นภาพของความเป็นจริง (picture of reality) และเพื่อแก้ความสุดโต่งของลัทธิวิมัตินิยมรูปแบบต่าง ๆ จึงเขียนหนังสือ Philosophical Investigation(สำรวจปรัชญา) พิมพ์เผยแพร่หลังความตายเพื่อเสนอทฤษฎีเกมภาษา (language game theory) ความว่า ความหมายของภาษาอยู่ที่การใช้แต่ละครั้งที่มีกติการู้กันระหว่างผู้สื่อกับผู้รับสื่อ หน่วยภาษาแต่ละหน่วยจึงมีความหมายหลายอย่างที่รวมกันเป็นกลุ่มโดยมีความหมายเหลื่อมล้ำกันเหมือนกับความเหมือนของสมาชิกต่าง ๆ ของครอบครัวเดียวกัน เรียกว่าความเหมือนในครอบครัว (family resemblance)

แนวคิดของวิทเกินชทายน์ได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวาง ทำให้หายใจโล่งอกไปตาม ๆ กัน วิทเกินชทายน์กลายเป็นขวัญใจของผู้เข้าใจประเด็นปัญหากันอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง มีการอ้างความคิดของวิทเกินชทายน์ในหนังสือปรัชญาเกือบทุกเล่มในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเห็นด้วย หรือจะคัดค้านหรือจะขยายความเสริมต่อ ขบวนการที่พยายามขยายความและขอบเขตแนวคิดของ วิทเกินชทายน์ที่สำคัญคือกระแสหลังนวยุคประเภทรื้อสร้างใหม่ (ดู reconstructional posmodernism)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s