Hume , David

hume

Hume , David เดวิด ฮิวม์

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เดวิด ฮิวม์ (1711-1776) เป็นชาวอังกฤษ เห็นด้วยกับหลักการของลัค (John Locke 1632-1704) ว่าความรู้ทุกอย่างมาจากประสบการณ์ จึงนับว่าเป็นนักประสบการณ์นิยมอีกคนหนึ่งและเข้มข้นยิ่งกว่าลัคเสียอีก ตำหนิลัคว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อประสบการณ์นิยมจริง ๆ คือ เริ่มต้นวางหลักการไว้ดีแล้ว โดยกล่าวว่าความรู้ทุกอย่างมาจากประสบการณ์ แต่แล้วไม่ยึดถืออย่างจริงจัง ตอนหลังกลับไปรับรองตรรกวิทยาของพวกเหตุผลนิยมว่า สามารถให้ความจริงเพิ่มเติมได้ ทั้ง ๆ ที่หลักตรรกวิทยาดังกล่าวอยู่นอกขอบเขตของประสบการณ์ ยิ่งกว่านั้นลัคยังรับรองความจริงของวิวรณ์อีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่มีประสบการณ์ นับว่าเป็นการทรยศต่อหลักการดั้งเดิมของตนเองอย่างร้ายแรง ฮิวม์จึงแถลงหลักการใหม่ให้รัดกุมยิ่งขึ้นและเดินตามอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้

1. All knowledge is analyzed into ideas. (ความรู้ทั้งหมดวิเคราะห์ออกได้เป็นมโนคติ)
2. All ideas come from experiences. (มโนคติทั้งหมดได้มาจากประสบการณ์)
3. All experiences come by way of the senses. (ประสบการณ์ทั้งหมดผ่านมาทางประสาทสัมผัส)

ลัคมิได้อธิบายให้แจ่มแจ้งว่ามโนคติรวม ๆ เกิดจากมโนคติเฉพาะหน่วยอย่างไร ฮูมจึงชี้แจงไว้ว่า ประสบการณ์ให้ความรู้แก่เราสองระยะ ระยะที่กำลังมีประสบการณ์อยู่นั้นให้ภาพประทับใจ(impression) ซึ่งมีลักษณะสดใสชัดเจน แต่ครั้นประสบการณ์จริงผ่านพ้นไปแล้ว เรายังมีภาพเลือนรางเก็บไว้ในความทรงจำ ระยะนี้เรียกว่ามโนคติ (ideas)

ฮิวม์ผลักดันประสบการณ์นิยมที่ลัคเริ่มไว้ไปจนถึงที่สุด โดยแถลงว่าความรู้ทุกอย่างที่ไม่ผ่านประสาทสัมผัส ล้วนแต่เป็นโมฆะทั้งสิ้นโดยไม่มีการยกเว้น เสียเวลาศึกษาเช่นเรื่องสาระ(substance) สสาร (matter) จิต(spirit) แม้กระทั่งเรื่องกฎการเป็นสาเหตุ(principle of causuality) และเรื่องความสม่ำเสมอในธรรมชาติ(uniformity of nature) ล้วนแต่เป็นความเชื่อถืองมงายที่เราได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ในทำนองเดียวกันกับไสยศาสตร์ และสิ่งเหนือธรรมชาติ “Custom, not reason, is the great guide of human life.” (ความเคยชินไม่ใช่เหตุผลที่นำวิถีชีวิตมนุษย์) เช่น จากความเคยชินที่ว่าเราทำอะไรก็เกิดผลตามขึ้นมา ทำให้เราเชื่อว่า ถ้าทำอีกจะต้องมีผลตามมาเหมือนอย่างเดิม ครั้นไปเห็นลูกบิลเลียด ก. กระทบลูกบิลเลียด ข. แล้วลูก ข. ก็วิ่งไป ทำให้เราเชื่อตามความเคยชินทันทีว่าลูก ก. เป็นสาเหตุให้ลูก ข. วิ่ง ที่สุดก็กลายเป็นหลักการยึดถือกันแพร่หลายว่า “มีผลต้องมีสาเหตุ”

แต่ความจริงนั้นไม่เคยมีใครมีประสบการณ์ของ “สาเหตุ” และ “ผล” หรือ “การเป็นสาเหตุ” แต่ประการใดเลย ประสบการณ์มีแต่เพียงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นแล้ว เหตุการณ์ที่สองก็เกิดตามขึ้นมา พูดสั้น ๆ ก็คือ เรามีประสบการณ์เพียง “การสืบเนื่องของเหตุการณ์” (succession of events) เท่านั้น เราควรจะเชื่อได้เพียงแค่นี้ นอกเหนือไปจากนั้น เป็นเพียงการคาดคะเนทั้งสิ้น เราไม่มีทางจะรู้ได้ว่าจริงหรือไม่

ในทำนองเดียวกัน เราเคยเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้ามาทุกเช้า เราก็เชื่อว่าพรุ่งนี้เช้าดวงอาทิตย์จะต้องขึ้นอีกเป็นปกติ เราเชื่อมากเกินไป เพราะเราวางใจไว้กับความสม่ำเสมอในธรรมชาติ ความจริงแล้ว เรารู้แน่ได้แต่เพียงว่าที่แล้วมาดวงอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เรามีประสบการณ์ แต่พรุ่งนี้เช้าเรายังไม่มีประสบการณ์ ยังเชื่อว่าจริงไม่ได้ จนกว่าจะมีประสบการณ์แล้ว

ประสบการณ์นิยมแบบจัดทำให้ฮูมกลายเป็นคนช่างสงสัย(sceptic) ไม่ไว้ใจแม้กระทั่งความคิดและเหตุผลของตนเอง “Every step I take is with hesitation, every new reflection makes me dread an error and absurdity in my reasoning.” (ทุกฝีก้าวข้าพเจ้ารู้สึกลังเลใจ ความคิดใหม่ทุกครั้งทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกขยาดต่อความผิดหลงและกลัวเหตุผลบ้า ๆ)อย่างไรก็ตาม วิมัตินิยม(scepticism) ของฮูมเป็นเพียงภาคทฤษฎีเท่านั้น ส่วนทางภาคปฏิบัติในชีวิตประจำวันนั้น ฮูมยังคงเชื่อความเคยชินเป็นปกติ เช่น ทุกวันยังคงรับประทานขนมปัง ทั้ง ๆ ที่ตามหลักการแล้วไม่แน่ว่าขนมปังวันนี้จะบำรุงร่างกายหรือเป็นพิษต่อร่างกาย เวลาข้ามทางรถไฟและมีรถไฟกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ฮูมคงไม่ยืนให้รถไฟชนโดยคิดว่าครั้งนี้อาจจะไม่ตายก็ได้

สรุปได้ว่า วิธีคิดที่ให้ความจริงสำหรับฮิวม์ก็คือประสบการณ์ล้วน ๆ ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากอย่างลัค แต่ก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างองค์ความรู้ นักหลังนวยุคจะหาทางออกต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s