Hobbes

Hobbes, Thomas ฮับส์

ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ฮับส์ (Thomas Hobbes 1588-1670) ได้เรียนปรัชญาอัสสมาจารย์และปรัชญาแอเริสทาเทิลจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด รู้สึกไม่ชอบ เห็นว่าล้าสมัย ไปปารีสได้รู้จักกับเดการ์ต, กัสเซนดิ ได้วิธีคิดแบบเหตุผลนิยม แต่ไม่ชอบเนื้อหา เคยเป็นเลขานุการของเบเคิน ได้คติเรื่องความรู้คือพลัง และการพยายามทำให้ปรัชญามีประโยชน์แก่ชีวิต ได้ศึกษาวิทยาศาสตร์ของเคอเพอร์นิเคิส (Copernicus) กาลิเลโอ(Galileo) และฮาร์เวย์(Harvey) จึงเห็นว่าความรู้วิทยาศาสตร์นี่แหละจะเป็นพลังของมนุษย์จริง ๆ จึงคิดจะพยายามค้นคว้าสนับสนุนวิทยาศาสตร์ โดยพยายามประนีประนอมกำเนิดของความรู้จากประสบการณ์ของเบเคินกับวิธีคิดแบบเหตุผลนิยมของคณิตศาสตร์

ฮับส์ได้สมญาว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญาวิเคราะห์ (analytic philosophy) ปรัชญาธรรมชาตินิยม (naturalism) ปรัชญาปฏิบัตินิยม(pragmatism) ปรัชญากลศาสตร์นิยม (mechanicism) ปรัชญาการเมืองลัทธิสัมบูรณ์นิยม (absolutism) ปรัชญาศาสนาแบบอไญญนิยม (aguosticism) หลักการต่อสู้เพื่อการอยู่รอด (struggle for life) เขียนหนังสือหลักชื่อลิเวียเทิน (Leviathan= จ้าวสมุทร)

ฮับส์ติดใจวิธีเรขาคณิตของยูคลิด จึงคิดจะเอามาใช้สร้างระบบเครือข่ายให้กับสสาร กลายเป็นลัทธิจักรกลนิยม โลกคือเครื่องจักรมหึมา ทุกสิ่งในโลกเคลื่อนตามกฎกลศาสตร์ตายตัว “เรขาคณิตโยงใยการเคลื่อนของความคิดฉันใด การเคลื่อนของเทห์วัตถุก็เป็นตัวโยงใยทั้งสนามกายภาพฉันนั้น พลังเคลื่อนในสมองก็คือมโนคติ และพลังเคลื่อนในโลกคือความอยาก”

ฮับส์ย้ำความคิดของกาลิเลโอว่าโลกแห่งสสารต้องรู้ด้วยการค้นคว้า ไม่ใช่คอยการเปิดเผยจากเบื้องบน ใจเสรีเป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การเลือกเสรีคือการตัดสินใจไปในทางที่ถูก เสรีภาพก็คือการไม่มีอุปสรรคนั่นเอง

พระเจ้า คือ สัญลักษณ์ของสิ่งพึงปรารถนาทั้งปวง ปีศาจ เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งพึงรังเกียจทั้งหลาย

ธาตุแท้ของมนุษย์นั้น อยากมีอำนาจเหนือกันและกันอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้มนุษย์วางตัวเป็นศัตรูของกันและกัน คนจึงเป็นหมาป่าต่อกัน (Homo homini lupus = A man is a wolf to another man) สงครามจึงเป็นสภาพปกติของมนุษย์ ความกลัวตลอดเวลาทำให้คนยอมจำกัดเขตของความอยากและสร้างสังคมขึ้น โดยสละความอยากกันคนละนิดและมอบให้ผู้ยิ่งใหญ่ใช้อำนาจได้เต็มที่เพื่อค้ำประกันความอยากที่เหลืออยู่ของทุกคนและแต่ละคน นี่คือสัญญาประชาคม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเหตุผล ไม่ใช่ในประวัติศาสตร์ คือสมมุติกันอยู่ในตัวว่าทุกคนต้องการสังคมที่ตนสังกัด เหมือนมูลบทในวิทยาศาสตร์และเรขาคณิต

ฮับส์ต้องการสนับสนุนบัลลังก์ในขณะนั้น จึงเสนอว่า สัญญาประชาคม (social contract) นี้เป็นสิ่งละเมิดมิได้ (inviolable) แม้รัฐบาลที่เลวที่สุดก็ยังดีกว่าการกบฏ (The worst sort of government is preferable to rebellion) ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งฮับส์เรียกว่าเจ้าสมุทร (Leviathan) คือเจ้าเหนือหัวซึ่งพลเมืองพร้อมใจกันมอบหมายให้มีอำนาจ เมื่อให้แล้วก็เป็นอันแล้วไป จะคิดเอาคืนไม่ได้ กบฏผิดเสมอ แม้คิดทรยศก็ไม่ได้ เพราะจะเป็นสาเหตุของความวุ่นวายในสังคม

แม้ศาสนาก็ต้องอยู่ใต้อำนาจของผู้ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้ยิ่งใหญ่ก็อยู่ภายใต้จุดหมายของการมอบหมายอำนาจ คือ กฎแห่งการคงอยู่ของสังคม หากผู้ยิ่งใหญ่ไร้สมรรถภาพสำหรับจุดมุ่งหมายนี้ พลเมืองก็หมดข้อผูกมัดและตั้งขึ้นใหม่ได้ แต่จะเปลี่ยนผู้มีอำนาจสูงสุดด้วยวิธีใด ฮับส์มิได้บอกไว้ สภาพสังคมไม่ใช่สภาพปกติของมนุษย์ สภาพตามธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีศีลธรรม เอาแต่ได้ โลภอำนาจ โลภความพอใจ ยอมอยู่ในสังคมก็เพราะกลัวสู้คนอื่นไม่ได้เท่านั้น นี่เป็นผลของจักรกลในระบบเครือข่าย ไม่มีทางแก้เป็นอย่างอื่น ก็หมายความว่า ฮับส์ทุ่มเทเพื่อยืนยันและสร้างฐานมั่นคงให้กับระบบเครือข่ายและวจนศูนย์นิยมในประเทศอังกฤษ ซึ่งจะมีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s