Heraclitus, founder of logocentrism

Heraclitus, founder of logocentrism เฮร์เรอคลายเถิสผู้ก่อตั้งวจนศูนย์นิยม

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เฮเรอคลายเทิสแห่งเอเฟอเซิส (Heraclitus of Ephesus 540?-470?) มีชีวิตหลังเธลิสประมาณ 1 ศตวรรษและหลังจากสินาเฟอนิสประมาณกึ่งศตวรรษ เอเฟอเซิสมีชายแดนติดต่อกับคาเลอฟันทางทิศเหนือ จึงอยู่ใกล้ไมลีเทิสมากว่า คือ มีระยะทางประมาณ 40 กม. เฮเรอคลายเทิสจึงน่าจะรู้ความคิดแบบกรีกของสำนักไมลีเทิส แต่ทว่ามีความคิดอิสระ ตั้งสำนักเองโดยมีความคิดระบบเครือข่ายของตนเอง นัยว่ามีชาติกำเนิดเป็นเจ้าชายองค์หนึ่งของรัฐเอเฟอเซิสด้วย จึงมีความสะดวกในการจัดตั้งสำนักปรัชญาและชาวบ้านยกย่องให้เป็นศาสดาของศาสนากรีกปฏิรูปด้วย มีคัมภีร์ของสำนัก 3 เล่ม ซึ่งเหลือแต่เศษนิพนธ์ เล่มต้นว่าด้วยเอกภพ เล่มที่สองว่าด้วยการเมือง เล่มสามว่าด้วยเทพเจ้า เล่ากันว่าเขียนด้วยภาษาลึกลับเข้าใจยาก มีผู้เขียนอรรถกถามากมายจึงช่วยให้มีเศษนิพนธ์เหลือมาให้เราศึกษาค่อนข้างมาก แต่ก็ตีความต่าง ๆ นานาทั้งขัดแย้งกันเองก็มาก ทำให้ฝ่ายต่าง ๆ หลากหลายอ้างคำสอนของเฮเรอคลายเทิส เพื่อเห็นด้วยก็มี เพื่อขัดแย้งก็มี

ในด้านสร้างระบบเครือข่ายความคิดนั้น เฮเรอคลายเทิสสอนว่าไฟเป็นปฐมธาตุ และพระเจ้าเป็นไฟที่บริสุทธิ์ที่สุดและเข้มข้นที่สุด สิ่งอื่นทั้งหลายเป็นไฟที่เจือจางหรือพลังอ่อนมากน้อยตามชนิดของสิ่งต่าง ๆ แต่ทว่าทุกสิ่งมี ไฟพระเจ้า แทรกอยู่เป็นเครือข่ายของสิ่งทั้งปวง ไฟเครือข่ายนี้ได้ชื่อว่า พระวจนะ (Logos) ซึ่งแทรกอยู่ในทุกสิ่งเพื่อเป็นกฎควบคุมความเป็นไปทั้งหลายของเอกภพ มนุษย์มีวิญญาณซึ่งเป็นไฟค่อนข้างจะบริสุทธิ์มากน้อยแล้วแต่สมรรถภาพเข้าใจพระวจนะคือ ถ้ามีไฟบริสุทธิ์มากก็จะเข้าใจมาก ถ้ามีน้อยก็เข้าใจได้แต่น้อย วิญญาณสามารถทำให้ตัวเองบริสุทธิ์เพื่อเข้าใกล้สมรรถภาพพระวจนะยิ่ง ๆ ขึ้น ทั้งนี้โดยการศึกษาขวนขวายให้เข้าใจระบบเครือข่ายของเอกภพให้ถ่องแท้ยิ่ง ๆ ขึ้น เข้าใจได้สมบูรณ์เมื่อใดก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระวจนะเมื่อนั้น ซึ่งหมายความว่ากฎระบบเครือข่ายของเอกภพกับความรู้ในอุดมคติของมนุษย์ต้องตรงกัน ส่วนใดไม่ตรงกันยังไม่ได้ความจริง ส่วนใดตรงกันจึงจะจริง และจะต้องขวนขวายขยายออกไปจนครบระบบเครือข่ายของเอกภพจึงจะเป็นความรู้สมบูรณ์

นอกจากนั้นเฮเรอคลายเทิสยังมองเห็นว่าภาษาสามัญไม่สามารถสื่อความจริงตรง ๆ ได้ จึงต้องสร้างภาษาอุดมคติเพื่อสื่อความจริงโดยเฉพาะ ภาษาที่เขียนคัมภีร์ 3 เล่มหรือ 3 ภาคอันเป็นคัมภีร์ของสำนักจึงเป็นภาษาลึกลับเข้าใจได้ยากสำหรับบุคคลภายนอก แต่มีความหมายลึกซึ้งเฉพาะสำหรับบุคคลในวงการ

เฮเรอคลายเทิสเห็นด้วยกับสินาเฟอนิสว่าคัมภีร์ศาสนาที่นิพนธ์โดยโฮเมอร์และฮีเสียดนั้น ต้องการการตีความใหม่ด้วยกระบวนทัศน์ใหม่ กล่าวคือ กระบวนทัศน์ที่เข้าใจด้วยพลังของพระวจนะและตามความเป็นจริงของพระวจนะ “ธาตุมนุษย์ไม่สามารถจะเข้าใจอะไรได้อย่างถูกต้อง ธาตุพระเจ้านั่นแหละที่ให้ความรู้แท้”

ศาสนาของเฮเรอคลายเทิส จึงเป็นศาสนาแห่งปัญญา ไม่ใช่ศาสนาแห่งความภักดี คือ มุ่งพัฒนาปัญญาให้เข้าใจพระวจนะและตีความทุกอย่างด้วยพระวจนะ สิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้ล้วนแต่ไร้ค่า “คนดีที่สุดจะเลือกเอาสิ่งเดียวยิ่งกว่าจะได้สิ่งอื่นที่เหลือทั้งหมด นั่นคือ จะเลือกเอาการมีชื่อเสียงนิรันดรยิ่งกว่าสิ่งอนิจจัง แต่คนส่วนมากพึงพอใจเหมือนปศุสัตว์ที่อิ่มหมีพีมัน”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s