Galileo

Galileo กาลิเลโอ

ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

กาลิเลโอ กาลิเลอี (อต. Galileo Galilei 1564-1642)เป็นชาวอิตาเลียน ที่มีความรู้รอบตัว คือเป็นทั้งนักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักดนตรี กวี และนักอักษรศาสตร์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1564 ที่เมืองปีซาภาคกลางของอิตาลี เหนือกรุงโรมขึ้นไปนิดหน่อย บิดานามว่าวินเชนโซ มารดานามว่าจูเลีย บิดาเป็นนักดนตรีตกอับ จึงย้ายไปค้าขายส่วนตัวที่เมืองฟลอเรนซ์ กาลิเลโอศึกษาและเติบโตในบรรยากาศแห่งการปฏิรูปต้าน คือฝ่ายคาทอลิกกำลังหาทางแก้ไขสถานการณ์หลังการแยกตัวของนิกายโปรเตสแตนต์ เพื่อมิให้การปฏิรูปลุกลามต่อไป กาลิเลโอศึกษาขั้นต้นในเมืองฟลอเรนซ์ ครั้นอายุได้ 17 ปี ก็เข้ามหาวิทยาลัยแห่งปีซา เรียนแพทยศาสตร์และธรรมชาติวิทยาในคณะศิลปศาสตร์ ซึ่งกำลังสนใจวิธีการสังเกตและทดลองของขบวนการวิทยาศาสตร์ ขณะที่อายุได้ 19 ปี ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ก็รู้จักสังเกตได้ว่าโคมไฟห้อยจากเพดานโบสถ์แกว่งไปมาด้วยเวลาเท่ากันสม่ำเสมอ ก็ตั้งกฎการแกว่งขึ้นมาได้ ปี ค.ศ.1589

อายุได้ 25 ปี ก็ได้เป็นอาจารย์ประจำสอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งปีซา ได้แต่งงานและมีธิดา 3 คน ระหว่างนี้ได้ทดลองทิ้งวัตถุจากหอเอนปีซา 3 ปีต่อมา คือ ปี ค.ศ.1592 ย้ายไปเป็นอาจารย์ประจำสอนคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปาดัว ระหว่างนี้ได้ทดลองและเขียนตำราหลายเล่ม ความเห็นที่สำคัญคือ ไม่เชื่อตามแอเริสทาเทิลว่าดวงดาวประกอบด้วยสารพิเศษที่คงตัว ปีค.ศ.1606 อายุ 42 ปี ประดิษฐ์กล้องดูดาว ใช้ค้นพบข้อเท็จจริงมากมาย พิมพ์ออกเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1610 ให้ชื่อหนังสือว่า “ผู้แจ้งข่าวดาว” (ลต. SidereusNuncius = The Sideral Informer) ความคิดที่สำคัญก็คือสนับสนุนความคิดของเคอเพอร์นิเคิสว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเคอเพอร์นิเคิสได้ยืนยันไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1543 เคพเลอร์ประกาศสนับสนุนและชมเชยความยิ่งใหญ่ของกาลิเลโอ มหาดยุคโคสิโมแห่งตอสคานาเชิญไปเป็นราชบัณฑิตประจำสำนักโดยมีเบี้ยหวัดเลี้ยงดู ภรรยาไม่ยอมไปจึงแยกกันอยู่ตั้งแต่ปีนั้น 3 ปีต่อมา ธิดาสาว 2 คนก็เข้าอารามถือพรต นามว่า ซิสเตอร์มารีอา เชเลสเต (Sr.Maria Celeste) และซิสเตอร์อาร์คานเยลา (Sr.Arhangela)

ผู้ที่เคยคัดค้านเคอเพอร์นิเคิส คราวนี้กลับหันมาคัดค้านกาลิเลโอ เป็นการใหญ่ โดยกล่าวหาว่าสอนผิดพระคัมภีร์ที่ว่า ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก แต่ก็เป็นการคัดค้านกันส่วนตัว ผู้ที่สนับสนุนกาลิเลโอก็มีมาก เช่น ในปี ค.ศ.1611 กาลิเลโอได้รับเชิญให้ไปเสนอผลงานวิจัยที่กรุงโรม ได้รับเกียรติอย่างสูง และได้รับเชิญเข้าเป็นสมาชิกของบัณฑิตยสถาน สำนักสันตะปาปายังสงวนท่าทีอยู่

กาลิเลโอได้ตอบชี้แจงผู้ที่คัดค้านหลายครั้งหลายหนซ้ำ ๆ ซาก ๆ เท่าที่มีหลักฐานเก็บไว้ก็คือ จดหมายตอบนายคัสเตลลี (ค.ศ.1613) และจดหมายตอบมหาดยุคมารดาคริสตีนา (ค.ศ.1615) จดหมายทั้ง 2 ฉบับชี้แจงว่าพระเจ้าทรงเปิดเผยความจริงแก่มนุษย์เป็น 2 วิธี วิธีตรงกับวิธีอ้อม วิธีตรงเปิดเผยในพระคัมภีร์เรียกว่า วิวรณ์ปฏิฐาน (positive revelation) วิธีอ้อมเปิดเผยในธรรมชาติให้มนุษย์ใช้ความสามารถของตนเองค้นคว้าเรื่อยไป เรียกว่าวิวรณ์ธรรมชาติ (natural revelation)

ความจริงมิได้ปรากฏเพียงแต่ในพระคัมภีร์ หากแต่ยังปรากฏในตำราเล่มมหึมาคือธรรมชาติด้วย (อต. Grand LibrodellaNatura = Big Book of Nature) กฎของธรรมชาติเป็นกฎที่แน่นอนตายตัว ไม่ว่ามนุษย์จะเอาไปตีความอย่างไร กฎก็ยังคงเดิมเป็นนิจนิรันดร์ ไม่สะเทือนไปตามความคิดเห็นและเหตุการณ์ที่มนุษย์ก่อขึ้น วิวรณ์ทั้ง 2 อย่างนี้ไม่น่าจะขัดแย้งกัน แต่น่าจะเสริมกันและกัน เนื่องจากกฎของธรรมชาติเปลี่ยนไม่ได้ ส่วนข้อความในพระคัมภีร์ต้องการให้ตีความ จึงน่าจะยึดถือกฎของธรรมชาติที่ทดสอบได้แน่นอนแล้วเป็นหลัก แล้วพยายามหาความหมายของคัมภีร์ที่สอดคล้องกับกฎของธรรมชาติ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s