foundationalist proof of Descartes

foundationalist proof of Descartes การพิสูจน์แบบมูลฐานนิยมของเดการ์ต

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เดการ์ตมั่นใจว่าตนได้พบวิธียืนยันความจริงได้ 100% สำหรับลัทธิเหตุผลนิยม (rationaliom*) โดยเริ่มจากความสงสัยสากล (universal doubt) แล้วก็หามูลบท (postulate) ที่ไม่มีใครจะสงสัยในความจริงของมันได้เลยดังต่อไปนี้

มูลบทที่ 1ให้หาความรู้พื้นฐานที่ไม่มีใครจะสงสัยได้เลย โดยใช้วิธีสงสัยสากล(universal doubt) ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกคน สมมุติว่าเวลานี้เราพากันสงสัยความรู้ทุกอย่างที่เรามีอยู่เหมือนกันทุกคน แล้วลองคิดดูว่าเราจะพบความจริงอะไรที่ทุกคนจะต้องยอมรับโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์แต่ประการใดทั้งสิ้น เดการ์ตพบว่า เมื่อเราสงสัยความรู้ที่เรามีอยู่ทุกอย่างเหมือนกันหมดทุกคนแล้ว สิ่งที่เราทุกคนต้องยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าสงสัยไม่ได้คือ “ฉันสงสัย”(I doubt.) หรือพฤติกรรมการสงสัยนั่นเอง นี่เป็นความรู้พื้นฐานหรือมูลบทที่ 1

มูลบทที่ 2 ได้แก่ “ฉันคิด”(I think.) เพราะว่าเมื่อสงสัยก็ต้องคิด(I doubt, therefore I think.) เพราะฉะนั้นพฤติกรรมแห่งการคิดจึงเป็นความจริงอีกข้อหนึ่งที่ไม่มีใครจะสงสัยได้ แต่เดการ์ตไม่ถือว่าขั้นนี้เป็นการพิสูจน์ จึงไม่นับว่าเป็นทฤษฎีบท แต่เป็นมูลบทด้วยกัน เพราะเห็นโดยตรงด้วยอัชฌัตติกญาณ (intuition*) ว่าเมื่อสงสัยก็ต้องคิด

มูลบทที่ 3 “ฉันมีตัวตน”(I am.) เพราะว่าเมื่อคิดก็ต้องมีตัวตน(I think, therefore I am.) เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงแห่งการมีตัวตนจึงเป็นความจริงอีกข้อหนึ่งที่ไม่มีใครจะสงสัยได้ ขั้นนี้ยังไม่นับว่าเป็นการพิสูจน์ จึงไม่นับเป็นทฤษฎีบทเช่นกัน แต่นับเป็นมูลบทอีกข้อหนึ่ง เพราะรู้โดยตรงด้วยอัชฌัตติกญาณเช่นกันว่าเมื่อคิดก็ต้องมีตัวตน

ทฤษฎีบทที่ 1 “อะไรแจ่มแจ้งและชัดเจนย่อมจริงเสมอ”(What is clear and distinct is true.) พิสูจน์โดยสังเกตพฤติกรรมทางจิตวิทยาในการยอมรับมูลบทข้างต้นว่า ที่เราแน่ใจได้ว่ามูลบทต้องจริง ก็เพราะมีความแจ่มแจ้งและชัดเจนในตัว คือพอเข้าใจว่าฉันสงสัยหมายความว่าอะไร ก็เห็นต่อไปทันทีว่าฉันต้องคิด และเมื่อรู้ว่าฉันคิดก็เห็นแจ่มแจ้งและชัดเจนต่อไปทันทีว่า ฉันต้องมีตัวตน เราจึงสรุปกลับกันได้เป็นทฤษฎีบทที่ 1 ว่า อะไรแจ่มแจ้งและชัดเจนในความเข้าใจของเราก็ย่อมจะต้องเป็นความจริงเสมอ

ทฤษฎีบทที่ 2 “พระเจ้ามีอยู่” (God exists.) พิสูจน์โดยอ้างทฤษฎีบทที่ 1ว่า เนื่องจากเมื่อเราเข้าใจคำนิยามว่า พระเจ้าคือผู้สมบูรณ์อย่างที่สุด(The Most Perfect) ก็เห็นแจ่มแจ้งและชัดเจนทันทีว่า ผู้สมบูรณ์ที่สุดจำเป็นจะต้องมีความเป็นอยู่ด้วย มิฉะนั้นจะขาดความสมบูรณ์ไปอย่างหนึ่ง คือขาดความเป็นอยู่ ทำให้ไม่สมบูรณ์ที่สุดจริง ผิดความหมายของนิยาม เพราะฉะนั้นผู้ที่เราเข้าใจว่าสมบูรณ์ที่สุดจำเป็นต้องมีอยู่จริง (อ้างทฤษฎีบทที่ 1) การพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้า โดยอ้างความเข้าใจเช่นนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่าการพิสูจน์ทางภววิทยา(ontological proof) ซึ่งเซนต์แอนเซลม์ (st.Anselm*) กรุยทางไว้ในยุคกลาง

ทฤษฎีบทที่ 3 “สสารเป็นสิ่งแผ่กว้าง” (Matter exists as extension) พิสูจน์โดยอ้างทฤษฎีบทที่ 1 เช่นกัน เพราะเราเห็นแจ่มแจ้งและชัดเจนว่าสสารกับความแผ่กว้างแยกกันไม่ออก เราไม่สามารถเข้าใจสสารที่ไม่แผ่กว้าง หรือสิ่งแผ่กว้างที่ไม่ใช่สสาร

เดการ์ตพิสูจน์ไว้เพียงแค่นี้ ความจริงเดการ์ตมิได้ทำการพิสูจน์เป็นแบบแผนให้เห็นชัดเจนอย่างนี้ แต่เขียนหนังสือบรรยายแนวความคิดใหม่ของตน และจาระไนความเหมาะสมของวิธีเรขาคณิตสำหรับนำมาใช้ในวิชาปรัชญา เท่าที่รวบรวมมานี้เป็นการเก็บความมาปะติดประต่อกันอย่างย่อที่สุด เดการ์ตคิดว่าถ้าใช้วิธีการดังกล่าวทำการพิสูจน์เป็นแบบแผนอย่างเรขาคณิตจริง ก็จะสามารถสร้างระบบเครือข่ายแน่นแฟ้นขึ้นมาได้ มีผู้นำไปปฏิบัติตามคำแนะนำนี้จริง ๆ เช่น สเพอโนว์เสอ (Benedict Spinoza*) (ดู fo mdationalist truth)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s