Existentialisme on ethic

Existentialisme on ethic จริยธรรมลัทธิอัตถภาวนิยม

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

บ่อเกิด ลัทธินี้เกิดจากความสำนึกได้ว่า ปรัชญาเก่า ๆ ให้ความสำคัญแก่สารัตถะและสิ่งสากลมากเกินไป จนเกิดสภาพอัญภาวะ ( Alienation) ในจิตใจของมนุษย์จำนวนมาก สภาพอัญภาวะ ได้แก่ ความรู้สึกว่าตนอยู่ไม่ถูกพี่ นักปรัชญาที่ถือลัทธินี้จึงคิดแก้ไขโดยเน้นความสำคัญของปัจเจกภาพและสภาพแวดล้อมที่เป็นจริงทุกอย่าง

ฌอง-ปอล ซาตร์ ( Jean-Paul Sartre, 1950-1980 ) สอนว่าธาตุแท้ของมนุษย์ คือเสรีภาพ มนุษย์จึงไม่สามารถปฏิเสธหรือสละเสรีภาพของตนเองได้ ผู้ที่ปฏิเสธหรือสละเสรีภาพย่อมยืนยันว่าตนใช้เสรีภาพเพื่อปฏิเสธหรือสละเสรีภาพ แต่ทว่ามนุษย์ส่วนมากใช้เสรีภาพไม่ถูกต้อง คือใช้อย่างไม่รับผิดชอบ ยิ่งกว่านั้นส่วนมากกลับใช้เสรีภาพเพื่อเลี่ยงการรับผิดชอบเสียเลย ทั้งนี้โดยยอมรับมาตรการตายตัวเป็นเกราะกำบังการรับผิดชอบของตน สำคัญผิดว่าอ้างมาตรการแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่หารู้ไม่ว่าผู้กระทำเช่นนี้ จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดอันเกิดจากการเลี่ยงการรับผิดชอบของตนมาตรการจริยะจึงไม่มีตายตัว แต่จะต้องมุ่งส่งเสริมให้มนุษย์ทุกคนรับผิดชอบในการตัดสินใจเลือกการกระทำของตนเพื่อให้เกิดสังคมใหม่ ซึ่งสมาชิกทุนคนรู้จักรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อผู้อื่นทุกคน

เตยารดิ์ เดอ ชาร์แดง ( Teilhard de Cjardon, 1881-1955) สอนว่าเสรีภาพที่ไร้ศาสนาย่อมจะขจัดการเห็นแก่ตัวและกิเลสต่าง ๆ ได้ยาก ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพจริง จะต้องปรับปรุงคำสอนของศาสนาให้เหมาะสมกับความต้องการในปัจจุบัน นั่นคือ ให้ทุกคนนับถือศาสนาโดยการรับผิดชอบไม่ใช่สักแต่ว่าว่าไปตามกัน เมื่อมีความรับผิดชอบแล้วเราอาจจะเข้าใจคำสอนของศาสนาให้พัฒนาไปตามความก้าวหน้าของปัญญา ทั้งนี้โดยรู้จักแยกแก่นออกยากเปลือก ส่วนที่เป็นแก่นต้องคงไว้ ส่วนที่เป็นเปลือกควรปรับปรุงเรื่อยไปตามสถานการณ์ ทุกศาสนาในโลกควรจะร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การที่เราเลือกใช้มาตรการเป็นกรอบเลือกวิถีตามสถานการณ์ ก็ย่อมมีลักษณะสัมพันธ์ของประสอบการณ์นิยมอยู่แล้ว แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มีกรอบและมีหลายกรอบให้ใช้ตามสถานการณ์อาจจะต้องใช้หลายมาตรการสำหรับกำหนดเลือกให้ใช้วิถีที่เหมาะสมที่สุด เช่น ในสถานการณ์เดียวกันเราอาจจะใช้ทั้งความรู้สึกชอบใช้วัฒนธรรม ชอบให้เสรีภาพแท้ ชอบใช้ประสิทธิภาพ ตลอดจนประกาศิตการพัฒนาปัญญาและความสนใจ ฯลฯ เพื่อเลือกวิถีปฏิบัติให้ตอบสนองมาตรการต่าง ๆ ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แนวทางดังกล่าวคือแนวทางแห่งพหุนิยม ( Pluralism) จากการเข้าใจกันอย่างถ่องแท้ ซึ่งอาจจะวิเคราะห์วิธีดำเนินการออกได้เป็น 3 ขั้นตอน จะเรียกว่าหลัก 3 กล้าก็ได้ คือ

1) กล้าเผชิญปัญหา
2) กล้าประเมินวิธีปฏิบัติ
3) กล้าลงมือทำการด้วยความรับผิดชอบ

หลัก 3 กล้านี้เป็นหลักการของลัทธิอัตถิภาวนิยม เป็นหลักปฏิบัติส่วนบุคคล เพื่อการใช้เสรีภาพอันเป็นแก่นแท้ในตัวบุคคลอย่างถูกต้อง เพื่อขจัดอาการป่วยในจิตใจ และเพื่อสร้างจิตใจให้แข็งแกร่งสมบูรณ์และสดชื่นเบิกบาน พหุนิยมจะต้องไม่หยุดอยู่แค่นั้นจะต้องเปิดประตูในใจของตนเอง มองให้เห็นและเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องทุกคนด้วย ต่อจากนั้นจึงพยายามหาทางสายกลางร่วมปฏิบัติกันได้โดยไม่ต้องคิดเหมือนกัน แต่ทุกฝ่ายยอมได้บ้างเสียบ้าง ไม่ยอมให้ใครมีแต่ได้ไม่มีเสีย และไม่ยอมให้ใครมีแต่เสียไม่มีได้ การต่อรองแบบนี้นำไปสู่ลัทธิหลังนวยุคสายกลาง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s