existentialism

existentialism, meaning of ความหมายของลัทธิอัตถิภาวะนิยม
ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ“

ไม่มีความจริงนิรันดรให้ยึดเหนี่ยวเป็นสรณะตายตัว ความจริงที่แท้คือ สภาพของมนุษย์ (human condition) ในแต่ละขณะ” -คีร์เคอกอร์ด (Sören Kierkegaard, 1813-1855)

ปรัชญาสาย อัตถิภาวะนิยม(existentialism) ถือว่าการค้นหาสารัตถะ (essence) ทำให้ผู้คิดออกห่างจากความเป็นจริง ความเป็นจริงที่แท้ก็คือ อัตถิภาวะของแต่ละบุคคลซึ่งมีสิ่งแวดล้อมและสภาพที่ตนเองสะสมไว้ โดยการตัดสินใจเลือกตั้งแต่ต้นมาจนปัจจุบัน ปรัชญาที่มีประโยชน์ก็คือปรัชญาที่ศึกษาอัตถิภาวะของตนเอง ปรัชญาสายนี้ ดึงความสนใจค้นคว้าใฝ่หาความเป็นจริงที่อยู่ภายนอกตัวมนุษย์ที่หาเท่าไรก็ไม่มีทางพบ และไม่มีทางรู้ว่าจริงได้ เข้ามาสู่ความเป็นจริงที่มีอยู่แน่ ๆ ภายในตัวตนมนุษย์แต่ละคนที่ต้องรู้และปฏิบัติด้วยตนเอง

ปรัชญาอัตถิภาวนิยม เป็นขบวนการปรับปรุงท่าทีของความคิดที่มีปฏิกิริยาต่อปรัชญาที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นการก้าวทะลุกรอบแนวคิดที่อยู่บนฐานของอภิปรัชญาและญาณปรัชญาแบบเดิม ๆ เข้าสู่แบบใหม่ เป็นท่าทีที่ให้ความสำคัญแก่ปัจเจกภาพมากกว่าสากลภาพ เสรีภาพมากกว่าระเบียบกฎเกณฑ์ เน้นการสร้างสรรค์มากกว่ากฎเกณฑ์ตายตัว ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล ให้ความสำคัญแก่ความรู้เชิงอัตนัย (subjective knowledge) มากกว่าความรู้เชิงปรนัย (objective knowledge) ทำให้ท่าทีของมนุษย์ที่มีต่อโลกและชีวิตกว้างขึ้นกว่าเดิมมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีต่อความเป็นจริงแห่งการมีอยู่ของตน ที่มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมจริง ๆ และการขบคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิตจริงของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน โดยเล็งเห็นว่าแก่นแท้และสารัตถะของมนุษย์ คือ เสรีภาพ ที่จะต้องตัดสินใจเลือกวิถีทางของตนเองในแต่ละกรณีที่จะต้องเผชิญหน้า ด้วยสำนึกรับผิดชอบอย่างเป็นตัวของตัวเอง

คุณค่าของท่าทีอัตถิภาวนิยมนั้นก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ แก้ไข ปรับปรุงและปฏิรูปสู่แนวคิดใหม่ ๆ ขึ้นในสังคมมนุษย์ ทำให้มนุษย์สามารถหลุดพ้นจากกรอบของระบบเครือข่ายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ตายตัว ที่เป็นมาตรการสากล/ค่านิยมที่ครอบงำสังคมอยู่ ทำให้มนุษย์รู้จักที่จะตั้งคำถามถึงค่านิยมต่าง ๆ ที่ยอมรับกันอยู่ในสังคมร่วมสมัยของตนนั้นว่าสมบูรณ์ที่สุดแล้วหรือไม่ ยังสามารถปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้นได้ในแง่ใดบ้างหรือไม่ พระศาสดาทั้งหลาย เช่นพระพุทธเจ้า และพระเยซูคริสต์ล้วนมีท่าทีแบบอัตถิภาวนิยมทั้งสิ้นโดยพระพุทธเจ้าทรงกระทำปฏิกิริยาต่อบทบัญญัติตายตัวของระบบวรรณะและการบูชายัญในศาสนาพราหมณ์ ในขณะที่พระเยซูคริสต์ก็ทรงกระทำปฏิกิริยาต่อบทบัญญัติตายตัวของศาสนายูดาห์เช่นกัน แต่ข้อเสียของท่าทีนี้ก็เหมือนกับปรัชญาลัทธิอื่น ๆ คือการยึดมั่นถือมั่นจนมีความหวังว่า มนุษย์เมื่อถือลัทธิอัตถิภาวนิยมแล้วจะรู้จักรับผิดชอบกันอย่างสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่น่าจะหวังได้จริงตราบเท่าที่มนุษย์ยังมีกิเลสและความเห็นแก่ตัว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s