ethical standard, the importance of

ethical standard, the importance of ความสำคัญของมาตรการจริยะ

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

มนุษย์ทุกคนต้องการมาตรการจริยะ การดำเนินชีวิตเป็นการทดลองค้นคว้า เราจะรู้หรือไม่รู้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เราทดลองค้นคว้าอยู่ตลอดเวลาว่าดำเนินชีวิตอย่างไร จึงจะดีที่สุดสำหรับตัวเราเองโดยเฉพาะ ผู้มีศรัทธาต่อศาสนาย่อมทดลองค้นคว้าอยู่เสมอว่าทำอย่างไรจึงจะได้กุศลเพิ่มขึ้น โดยการตีความเจตนาของศาสดาให้ลึกซึ้งและสมเหตุสมผลยิ่ง ๆ ขึ้น นักเที่ยวย่อมทดลองค้นคว้าอยู่เสมอว่าเที่ยวอย่างไรจึงจะสนุกเพลิดเพลินที่สุด นักศึกษาย่อมทดลองค้นคว้าอยู่เสมอว่าทำอย่างไรจึงจะได้ความรู้มากโดยใช้เวลาแต่น้อย เมื่อเราได้ทดลองค้นคว้าไปนานๆ เราก็จะรู้จักเลือกวิธีดำเนินการได้ฉลาดและได้ผลมากขึ้น เพราะในทางปฏิบัติเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้วย่อมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซาก ๆ ได้เสมอ แม้ไม่เหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วแต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงอยู่มาก

แทนที่จะทดลองค้นคว้าหาเองหมดทุกอย่าง ซึ่งในทางปฏิบัติจริง ๆ อาจจะต้องยอมให้ “ผิดเป็นครู” และเสียเวลาไปมากต่อมาก วิธีการผิดเป็นครู ( trial-and-error) ของเราอาจจะลดภาระความผิดพลาดไปมาก หากเราได้ศึกษาคำสอนของนักปราชญ์ที่ได้ทดลองค้นคว้าและวางแนวทางไว้ให้เป็นแบบอย่าง แต่ทั้งนี้ต้องถือว่าคำสอนของนักปราชญ์ช่วยได้เพียงแนะแนวเท่านั้น การทดลองค้นคว้าจนตัดสินใจด้วยตนเองเป็นสิ่งจำเป็นเฉพาะตัว ไม่มีใครจะกระทำแทนเราได้ ทั้งนี้เพราะชีวิตของคนเราแต่ละคนมีสิ่งแวดล้อมเฉพาะตัวไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

ปัญญาชนต้องการมาตรการจริยะระดับปรัชญา ตามปกติเราได้รับหลักศีลธรรมจากผู้ใหญ่ที่อบรมเรามา ผู้ใหญ่ก็มักจะอบรมสั่งสอนตามความเชื่อถือทางศาสนาที่ท่านสังเกตและตามขนบธรรมเนียมของสังคมของท่าน ครั้นโตขึ้น มีปัญญามากขึ้น เป็นต้นว่าเมื่อได้เรียนปรัชญาบ้างแล้วเราก็อยากจะทราบว่าหลักศีลธรรมเหล่านี้มีเหตุผลอะไรหรือไม่ แม้จะเป็นหลักที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของทางศาสนาหรือต้องปฏิบัติตามความนิยมของสังคม เราก็อยากจะทราบว่าศาสนาและขนบธรรมเนียมที่สั่งให้ปฏิบัติเช่นนั้นเช่นนี้มีเหตุผลอะไรค้ำจุ้นอยู่หรือไม่ เพราะเราเชื่อว่าคงไม่สั่งไปตามอารมณ์ ถ้าหากสั่งไปตามอารมณ์ เราก็อยากจะทราบว่าเรามีสิทธิจะปรับปรุงแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าหากไม่สั่งตามอารมณ์ในเมื่อเหตุผลเดิมล่วงเลยเวลามานานแล้วและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว รวมทั้งความต้องการเดิมก็ล่วงพ้นไปแล้วเช่นนี้ เรามีสิทธิ์จะปรับปรุงแก้ไขได้เพียงไร เพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการใหม่ ๆ คิดอย่างนี้ทำให้ศีลธรรมของศาสนาและจริยธรรมชาวบ้านกลายเป็นปรัชญาจริยะขึ้นมาทันที

ปรัชญาจริยะไม่แนะนำวิธีเรียนให้ได้ผลดีที่สุด ไม่แนะนำวิธีหาเงินให้ได้มากที่สุด ถ้าหากผู้ศึกษาปรัชญาจริยะได้สิ่งเหล่านี้ด้วยก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้จาการเรียนปรัชญาจริยะ ไม่ใช่จุดหมายโดยตรงของวิชานี้ แต่มีผู้อ้างว่าได้ผลพลอยได้ต่าง ๆ หลายด้านเกินคาดนั้นเป็นเรื่องที่แต่ละคนเมื่อเรียนรู้แล้วก็อาจจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลตามความถนัดของตน จุดหมายโดยตรงของปรัชญาจริยะก็คือแนะนำว่าต้องตั้งอุดมการณ์ในชีวิตอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความเป็นมนุษย์อย่างที่สุด ปรัชญาจริยะจะพยายามช่วยชี้แจงให้เห็นว่าทำไมเจ้าลัทธิแต่ละท่านจึงวางแนวของท่านอย่างนั้น กำหนดมาตรการอย่างนี้เราจะได้รู้จักเลือกส่วนที่เหมาะสมกับชีวิตจิตใจของเรา นำมาปฏิบัติอย่างคนมีวิจารณญาณ นี่เป็นลักษณะสำคัญประการหนึ่งของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ปัญญาชน”

จึงเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นว่า วิชาจริยศาสตร์ช่วยให้รู้จักวิจัยแนวทางดำเนินชีวิตเพื่อให้รู้จักตัดสินใจเลือกวิถีชีวิตด้วยวิจารญาณของตนเอง โดยพิจารณาจากมาตรการจริยะในปรัชญาจริยะประกอบกับประสบการณ์และความโน้มเอียงในจิตใจของตนเอง

จุดหมายของชีวิตซึ่งแต่ละคนเลือกสำหรับการดำรงชีวิตของตน เรียกว่า “อุดมการณ์ของชีวิต” คำสอนอันเป็นวิถีนำไปสู่อุดมการณ์ เรียกว่า “อุดมคติของชีวิต” อุดมการณ์ของแต่ละบุคคล ได้มาจากปรัชญาบริสุทธิ์ของเขาเอง ที่ประยุกต์มาสู่ปัญหาว่าด้วยเป้าหมายของชีวิต

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s