Eriugena, John Scotus

Eriugena, John Scotus จอห์น สคาเทิส อรีวเจอเนอ

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

จอห์น สคาเทิส อรีวเจอเนอ (John ScotusEriugena 810?=875?) เป็นชาวไอริชซึ่งภาษาละตินในสมัยนั้นเรียกว่าชาวสก๊อดแห่งอีริน (Erin) หรือ ชาวสก๊อดแลนด์ใหญ่ (ลต. Scotia Major) ส่วนสก๊อตแลนด์จริงๆ เรียกว่าสก๊อตแลนด์น้อย (ลต.Scotia Minor) ชื่อจริงๆ จึงมีเพียงคำเดียวคือจอห์น ได้เรียนภาษาละตินและภาษากรีกจากอรามนักพรตในไอร์แลนด์ ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนที่สงบที่สุดในยุโรป และเป็นดินแดนแห่งเดียวที่มีการสอนภาษาและวรรณคดีกรีก ไม่ปรากฏว่าได้บวช ในราว ค.ศ. 850 ได้เป็นอาจารย์ในราชสำนักของกษัตริย์ชาร์ลผู้ไร้เกศาแห่งฝรั่งเศส

สมณราชแห่งแรงส์ขอให้เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาพระลิขิต (divine predestination) ซึ่งขณะนั้นชาวฝรั่งเศสถกเถียงกันมาก ปรากฎว่าไม่มีฝ่ายใดพอใจ อรีวเจอเนอจึงหันมาสนใจปรัชญา โดยพยายามอ่านปรัชญากรีกและปิตาจารย์เท่าที่จะหาอ่านได้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 858 แปลงานนิพนธ์ปรัชญาภาษากรีกเป็นภาษาละติน พร้อมทั้งอรรถาธิบายเองหลายเรื่อง เช่น งานนิพนธ์ของดายเออนีเชิสเทียม ซึ่งอรีวเจอเนอคิดว่าคือนักบุญดายเออนีเชิส วุฒิสมาชิกแหงนครรัฐเอเธนส์ งานนิพนธ์ของนักบุญเกรเกอริแห่งนีสเสอ ของเบอเอเธียส และพระวรสารโดยนักบุญจอห์น และต่อมาในปี ค.ศ. 866 ก็เผยแพร่งานนิพนธ์ของตนเองชื่อว่า On the Division of Nature (การจำแนกธรรมชาติ) ซึ่งถือกันว่าเป็นหนังสือปรัชญายอดเยี่ยมของศตวรรษที่ 9 ในยุโรป โดยเขียนเป็นสำรวนปุจฉา – วิสัชนา

อรีวเจอเนอคงได้ติดใจวิธีการจำแนกกรอบความคิดในตรรกวิทยาของเอเริสทาเทิล จึงเกิดมีความคิดขึ้นมาว่า จะใช้วิธีดังกล่าววิเคราะห์ความหมายเพื่อประนีประนอมความขัดแย้งกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหาเทววิทยาของคริสต์ศาสนา

การจำแนกธรรมชาติ ธรรมชาติสำหรับอรีวเจอเนอหมายถึงทุกสิ่งที่เราคิดได้เข้าใจได้ จึงอาจจะมีอยู่หรือยังไม่อยู่จริงก็ได้ รวมทั้งสิ่งเหนือธรรมชาติและพระเป็นเจ้าด้วย อรีวเจอเนอจึงได้คำว่า “ธรรมชาติ” ในความหมายว่าความเป็นจริงนั่นเอง
อรีวเจอเนอจำแนกธรรมชาติหรือความเป็นจริงออกเป็น 4 สภาวะ

1) สภาวะที่ไม่ถูกสร้างและสร้าง (Nature that is not created and creates)
2) สภาวะที่ถูกสร้างและสร้าง (Nature that is created and creates)
3) สภาวะที่ถูกสร้างและไม่สร้าง (Nature that is created and does not create)
4) สภาวะที่ไม่ถูกสร้างและไม่สร้างสร้าง (Nature that is not created and does not create)

การกล้าออกความคิดเห็นของตนเองเพื่อประนีประนอมทุกฝ่าย ทำให้ต้องใช้สำนวนที่ส่อเค้าสรรพเทวนิยม
สรุป ต้องชมเชยจอห์น สคาเทิส อรีวเจอเนออย่างมากที่มีทรรศนะกว้างและไกล ท่านพยายามประนีประนอมสายธารความคิดทั้งหลายเท่าที่รู้ในเวลานั้น เพื่อนำมาสร้างความคิดให้เป็นระบบเดียวกัน แม้ว่าการสร้างระบบจะยังทำไม่แนบเนียนเหมือนนักปรัชญาต่อๆ มา แต่ก็ต้องชมว่าริเริ่มแนวทางที่ดีไว้ให้ผู้อี่นปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป

การวิเคราะห์ปัญหาโดยการจำแนกประเด็น ก็นับว่าเป็นความคิดริเริ่มที่ดีอีกข้อหนึ่ง นักปรัชญาอัสสมาจารยืจะใช้กันต่อมาอย่างกว้างขาง ลัทธิเหตุผลนิยมของสมัยใหม่ทำให้นักปรัชญาละเลยวิธีการนี้กันอย่างมาก เราเพิ่งจะมารื้อฟื้นกันใหม่โดยนักปรัชญาวิเคราะห์

การรู้จักแยกระดับความหมายของภาษาต้องนับว่าเป็นความคิดริเริ่มที่สำคัญที่สุด คนสมัยนั้นและสมัยต่อมามองไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ทำให้นักปรัชญาถกปัญหาปรัชยาอย่างสับสนกันมานาน บัดนี้เราเริ่มเห็นแล้วว่า การแยกความหมายระดับภาษาคนกับภาษาธรรมนับว่าสำคัญอย่างยิ่งยวด เพื่อจะทำความเข้าใจกันได้ว่าอะไรควรเข้าใจได้เพียงไรและอย่างไร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s