epoche

epoche การใส่วงเล็บ

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

วิธีปรากฏการณ์วิทยา ของ ฮุสเซิร์ล (Edmund Husserl 1859-1938) นั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของท่าทีไม่ยึดมั่นถือมั่นในวัฒนธรรมตะวันตก ด้วยการวางตัวเป็นกลาง ใช้วิธีเป็นกลาง เพื่อให้สามารถเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนอันนำไปสู่การเข้าใจกันและกันอย่างไร้อคติ พร้อมไปกับการเข้าใจความคิดของตนเองด้วยอย่างไม่ยึดมั่นถือมั่น ทำให้สามารถเสวนาร่วมมือกันได้โดยไม่ต้องคิดเหมือนกัน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของปรัชญาหลังนวยุค

ปรากฏการณ์วิทยา (phenomenology) มิได้หมายถึงคำสอนที่แน่นอนตายตัว แต่หมายถึงท่าทีมากกว่า โดยท่าทีร่วมกันของสำนักนี้ก็คือ ความพยายามตีความสารัตถะจากปรากฏการณ์ โดยเชื่อว่าปรากฏการณ์เป็นผลลัพธ์ของความเป็นจริงและปัญญาร่วมกัน ถ้าเราใช้การตรึกตรองวิเคราะห์ปรากฏการณ์ในปัญญา ก็จะพบสาระ (essence) เท่าที่รู้ได้ในระดับ ปรากฏการณ์

ที่มาของท่าทีนี้ อาจสืบสาวไปได้ถึงคานท์ (Immanuel Kant 1724-1804) ผู้ชี้ให้เห็นว่าความรู้ของเราเป็นปรากฏการณ์ (phenomena) ที่แปลสภาพมาจากความเป็นจริง (noumena) ซึ่งเรารู้ไม่ได้ และเฮเกล (Hegel 1770-1831) ที่ใช้ ปรากฏการณ์วิทยา ในความหมายถึงกระบวนการพัฒนาตนเองของจิตอสัมพัทธ์ตามวงจรปฏิพัฒนาการ ซึ่งหมายความว่าความเป็นจริงมีแต่จิตเพียงอย่างเดียว ซึ่งปรากฏเป็นความเป็นจริงของสสารภายนอก

ฮุสเซิร์ล (Edmund Husserl) มองเห็นว่า ปรัชญาที่แล้ว ๆมาไม่มีลักษณะเป็นกลางเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างแท้จริง เพราะมีความลำเอียงเข้าข้างตนเองด้วยวิธีการแสวงหาความจริงที่ตนเองยกย่องแล้วนำมาใช้ตอบและพยายามอธิบายให้เข้าล็อคพื้นฐานของความจริงนั้น จึงเป็นระบบความรู้ที่มีอคติ ตามมาตรฐานคุณค่า และจุดยืนของแต่ละคน มิใช่ความจริงที่เป็นกลางเพราะถูกย้อมด้วยอคติเสียแล้วโดยไม่รู้ตัว เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องนี้ ฮุสเซิร์ลจึงเสนอ วิธีปรากฏการณ์วิทยา (phenomenological method) ด้วยการใส่วงเล็บ (bracketing) หรือ แขวน (suspension) ความเชื่อ มูลบท และแนวคิดทั้งหลายที่มีในตนให้หมด แล้วจึงปล่อยให้โลกเปิดเผยตัวมันเองแก่เรา แล้วเราก็คอยจับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ตามที่ปรากฏ

ปรากฏการณ์ที่ปรากฏนี่แหละคือความรู้และความจริงที่มนุษย์พึงสนใจ ไม่พึงเพ้อฝันว่าจะรู้ความเป็นจริงอันติมะใด ๆ ซึ่งลงท้ายก็ได้แต่เดาเอาตามความโน้มเอียงของแต่ละคน จากนั้นจึงนำประสบการณ์ที่ได้มาแลกเปลี่ยนกัน เพื่อขัดเกลากันและเสริมกันให้กว้างขวางและเป็นคุณที่สุดแก่มนุษยชาติ เมื่อใช้วิธีการดังกล่าวร่วมกันก็จะสามารถลดอคติและความยึดมั่นถือมั่น ทำให้สามารถถกปัญหาเดียวกันได้ แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กันได้ ปรึกษาหารือกันได้ วางแผนร่วมกันได้ และร่วมมือแก้ปัญหากันได้แม้จะมีศรัทธาและความเชื่อถือต่างกันก็ตาม

คุณค่าของวิธีปรากฏการณ์วิทยาจึงได้แก่การปลดเปลื้องความเชื่อว่ามีระบบตายตัวไว้ล่วงหน้าซึ่งเป็นอคติครอบงำนักปรัชญามานาน นำไปสู่การทำลายกำแพงกั้นวิชาการต่าง ๆ ให้ทะลายลง ทำให้ต่างฝ่ายต่างมองเห็นคุณค่าในเนื้อหาวิชาของตนแล้วยังพร้อมที่จะมองคุณค่าข้ามสาขา เพื่อเสริมคุณค่ากันและกันให้สมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไปได้ อย่างไม่รู้จบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s