dialogue

dialogue การเสวนา

ผู้แต่ง : สุดารัตน์ น้อยแรม
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมคือ ต้องมีการรวมกลุ่มและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อน ตามเชื้อชาติและสายพันธุ์ จากกลุ่มเล็กไปสู่กลุ่มใหญ่ เมื่อมากคนก็มากความ เพราะทุกคนต่างเคารพความคิดเห็นของตนเอง ซึ่งความคิดเห็นเหล่านั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถจะคิดได้ เพราะความคิดเป็นเรื่องของภายในอยู่ในใจไม่มีใครรู้ แต่ปัญหาเกิดจากการนำเสนอ การแสดงความคิดเห็นออกมาต่อสาธารณะ โดยอาจไปกระทบต่อความคิดเห็นของผู้อื่น

หลักการในการแสดงความคิดเห็น ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา คือตัวเราต้องหาเหตุผล มารองรับความคิดของเราเสียก่อน ว่าทำไมจึงมีความคิดเห็นอย่างนี้ และจะมีผลเสียอย่างไรหากเราต้องนำเสนอ เมื่อนำเสนอไปแล้วต้องทำใจให้ยอมรับกับผลกระทบที่ตามมา ในกรณี ที่มีความเห็นแตกต่างกันและไม่มีส่วนให้โทษแก่ส่วนรวม ก็ต้องเคารพในสิทธิส่วนบุคคล ของกันและกัน ที่เขาสามารถจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากเราได้ แล้วเอาความคิด ที่แตกต่างมาประสานหาจุดที่ลงตัว โดยใช้เหตุและผล คงความคิดของทั้งสองฝ่ายไว้ ไม่ทำลายหรือตัดทิ้งไป และมองหาจุดที่เป็นจุดกลางระหว่างความคิดของทั้งสองฝ่าย เราก็จะได้ ความคิดเห็นที่ลงตัว ( ได้ทั้งสองฝ่ายโดยไม่ต้องเสียฝ่ายใดไป ) การใช้สติคิดและกระทำคือ ต้องคิดก่อนจึงจะพูด สรุปความคิดของเราก่อนนำเสนอ หากเรามีสติการคิดการกระทำก็จะ มีความรอบคอบยิ่งขึ้น และรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้มากยิ่งขึ้น เมื่อเราสามารถเข้าใจตัวเราได้ดีแล้ว เราก็จะเข้าใจผู้อื่นได้ดีเช่นกัน

ความแตกต่างกันของมนุษย์มักถูกฉุดไปสู่ความขัดแย้งเสมอ เพราะมนุษย์มักมอง ที่ตนเองมากกว่าการมองโลกหรือบุคคลอื่นเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นการมองในมุมที่ต้องการ ถามตนเองว่าต้องการหรือไม่ต้องการสิ่งนั้น หากต้องการก็จะหาหนทางรับเอาสิ่งนั้นมา ตามความพอใจ แต่ถ้าไม่ต้องการมนุษย์ก็จะปฏิเสธ น้อยครั้งที่มนุษย์จะยอมมองโลกก่อนที่จะมองตนเอง การยึดติดกับความพอใจเพื่อการรับหรือปฏิเสธของมนุษย์คือจุดเริ่มต้นของการมองเห็นความไม่ดีของสังคม สำหรับมนุษย์แต่ละคนเป้าหมายสูงสุดอันเป็นหัวใจในการอยู่ร่วมกันหรือการทำงานร่วมกันให้ได้ผลโดยที่ทุกคนล้วนมีความสุขนั้น ต้องยอมรับความจริงของมนุษย์คนอื่น ๆ ให้เหมือนที่ยอมรับความจริงของตนเองว่าไม่มีความสมดุลพร้อมไปทุกสิ่ง แต่ละคนย่อมมีปมเด่นและปมด้อย มีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง มีทั้งความดีงามและความบกพร่อง มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าในระหว่างกันและกันได้เสมอ พยามอย่าคิดต่อต้าน ทำใจให้ยอมรับดีกว่าบังคับให้ผู้อื่นเป็นอย่างที่เราต้องการ ความคิดเห็นของแต่ละคน เกิดจากวัยวุฒิ คุณวุฒิ พื้นฐานครอบครัว สังคมรอบตัว และอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น หากเข้าใจในจิตวิทยามนุษย์ เราก็จะเข้าใจในเหตุผลของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และสิ่งนั้นจะไม่สร้างความแตกแยก จากความเห็นที่แตกต่างกัน แต่จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนไปสู่ความก้าวหน้า เพราะจะได้มุมมองใหม่ ๆ ในความแตกต่าง และก่อให้เกิดพัฒนาการทางความคิดต่อไป

คนเรามีความเชื่อและความคิดเป็นของตนเอง เมื่อต้องมารวมกลุ่มกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่น เป็นครอบครัว องค์กร สังคม ความขัดแย้งที่เกิดจากความเชื่อนั้นจึงเป็นเรื่องปรกติ เพราะธรรมชาติของคนเรามีความเชื่อไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เหมือนสายรุ้งที่มีหลากสี แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ด้วยเหตุว่าแต่ละสีของสายรุ้งไม่ก้าวก่ายกัน เพียงแต่แสดงคุณสมบัติของแต่ละสีออกมาเท่านั้น สายรุ้งที่หลากสีอันที่จริงเกิดมาจากความเป็น หนึ่งเดียว คือความไม่มีสี ดังนั้นความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อ เป็นการแสดงคุณสมบัติของแต่ละคน แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่แตกแยก นี่คือชีวิต ที่สวยงาม เหมือนดั่งสายรุ้งที่สวยงามอยู่บนฟากฟ้าเพราะความหลากสีของมันนั่นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s