Democritus, atom and space

Democritus

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ดิมาเครอเทิสคิดว่าหลักการแม่แบบน่าจะได้แก่ทฤษฎีปรมาณูคือ ความเป็นจริงทั้งหลายมีปรมาณูและช่องว่างหรืออวกาศ (atoms and spaces between atoms) เป็นปฐมธาตุและแม่บท การมีช่องว่างระหว่างปรมาณูจะช่วยตอบคำถามไร้คำตอบของสำนักไพแธเกอเริสได้เป็นอย่างดี เพราะอวกาศของดิมาเครอเทิสนั้นว่างเปล่าแต่ก็มีจริงและเป็นความเป็นจริงอย่างหนึ่งควบคู่กับปรมาณู ปรมาณูมีขนาด เช่นเดียวกันอวกาศก็มีขนาด ปรมาณูทั้งหมดรวมกับอวกาศทั้งหมดจึงเท่ากับเนื้อที่ทั้งหมดของเอกภพพอดี ไม่มีที่ว่างเหลือระหว่างปรมาณูกับอวกาศ เพราะอวกาศก็เป็นเนื้อที่ว่างอยู่แล้ว จึงเห็นได้ว่าอวกาศของดิมาเครอเทิสเป็นที่ว่างจริง ถ้าไม่ว่างจริงก็ไม่ใช่อวกาศแต่เป็นปรมาณู อวกาศของดิมาเครอเทิสจึงไม่ใช่กล่องตั้งวางอยู่คงที่สำหรับบรรจุสสารอย่างที่นิวเทินสอน แต่เป็นความเป็นจริงที่ว่างเพื่อเปิดทางให้ปรมาณูเคลื่อนที่ไหลไปอย่างคล่องตัวโดยไม่ต้องสูญเสียพลังงานแม้แต่น้อย เมื่อปรมาณูเคลื่อนตัวเข้าอวกาศหรือที่ว่างตรงไหน อวกาศส่วนนั้นก็จะหลีกทางให้ โดยดันอวกาศที่ประชิดให้ดันกันต่อ ๆ ไปเข้าแทนที่ที่ปรมาณูนั้นทิ้งไว้ข้างหลัง ปรมาณูกับอวกาศจึงเลื่อนไหลกันอย่างนี้โดยไม่มีการสูญเสียพลังงานแม้แต่น้อย ทั้งนี้ก็เพราะอวกาศหรือช่องว่างเป็นความเป็นจริงพอ ๆ กับปรมาณู เพียงแต่ไม่เป็นสสารเท่านั้นเอง

ปรมาณูเป็นชิ้นสสารที่เล็กที่สุดและแบ่งต่อไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะปรมาณูแต่ละหน่วยเป็นสิ่งคงทนถาวรตลอดกาลนิรันดร ไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีการเสื่อมสลายและไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเนื้อปรมาณู เนื้อปรมาณูเป็นอย่างเดียวกันในทุกปรมาณู ต่างกันที่รูปร่างและขนาด แต่ก็ต่างกันไม่มากนัก รูปร่างนั้นอาจจะกลม เหลี่ยม มีเงี่ยง มีห่วง มีรู มีสลัก เป็นต้น พวกกลม ๆ เกลี้ยง ๆ จะไม่เกาะติดกัน แต่จะไหลไปเรื่อย ๆ จึงเป็นพวกแก๊สและของเหลว พวกที่เกาะกันได้บ้าง จะเป็นพวกผักหญ้า และพวกเกี่ยวกันแน่น ก็จะเป็นไม้และโลหะต่าง ๆ ตัวปรมาณูไม่มีกลิ่นรส เมื่อเกาะกลุ่มกันแล้วเกิดสีกลิ่นรสขึ้นมาอย่างไร ไม่ทราบว่าดิมาเครอเทิสได้อธิบายไว้หรือไม่

ปรมาณูทุกตัวมีพลังวิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นพลังเฉื่อยประจำตัวซึ่งไม่มีวันสิ้นสูญ หากเกิดปะทะกันก็อาจจะเบี่ยงเบนทิศทางแล้วก็วิ่งต่อไป หากเกาะกลุ่มกันก็จะวิ่งไปในทิศทางของพลังรวมจนกว่าจะหลุดออกไปก็จะวิ่งต่ออย่างอิสระด้วยพลังเท่าเดิม ปรมาณูจึงวิ่งอย่างอิสระจริง ๆ ในช่องว่างระหว่างปรมาณู เหมือนรภยนต์ที่ติดเครื่องยนต์ตลอดกาลจะต้องวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยไป หากมีอะไรมาปะทะทำให้เบี่ยงเบนก็จะเปลี่ยนทิศทางและวิ่งไปด้วยพลังเท่าเดิม หากมีอะไรกีดกันก็อาจชะลอหรือหยุดติดเครื่องกีดกัน แต่ครั้นหลุดจากเครื่องกีดกันเมื่อใดก็วิ่งใหม่ทันทีด้วยพลังเท่าเดิม

วิญญาณที่มีปัญญารู้คิดประกอบขึ้นจากปรมาณูชนิดละเอียดอ่อนมากๆ ซึ่งหลุดลอยไปเป็นลมหายใจและได้ใหม่เสริมเข้ามาด้วยการหายใจ หากหยุดหายใจก็หมดสภาพไม่สามารถเกาะติดกันอีกต่อไป

ใจเสรีจึงเป็นเพียงปรากฏการณ์ มิได้มีจริง อาจจะเป็นเพราะข้อสรุปข้อนี้เอง ทำให้ผู้เชื่อว่ามีพระผู้สร้างเอกภพและมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ ไม่สนับสนุนและไม่สนใจเก็บรักษาตำราของดิมาเครอเทิสไว้ จึงสูญหายไปเสียหมดทุกเล่ม เหลือแต่เศษนิพนธ์ที่เป็นคำอ้างอิงในหนังสือเล่มอื่น ซึ่งก็ไม่มีสักตอนหนึ่งที่ยาวถึง 1 หน้า ผิดกับงานนิพนธ์ของเพลโทว์และของแอเริสทาเทิล ซึ่งงานหลัก ๆ เหลืออยู่ทั้งหมด ทั้งยังแถมงานเทียมแถมเพิ่มให้อีกหลายเล่ม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s