Cusa on Conjecture

Cusa on Conjecture คิวเสอกับสมมุติสัจจะ

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

นีเคอเลิสเรียกสมมุติสัจว่าเป็นการเดา (conjecture) โลกที่เรารู้จึงเป็นโลกแห่งการเดา และแม้ศาสนจักรเท่าที่เป็นอยู่อย่างพระพร่องกระแพร่งก็เพราะเป็นเพียงศาสนจักรแห่งการเดา (ล.ต. Ecclesia Conjectualis Conjectural Church) เท่านั้น มิได้เป็นศาสนจักรตามที่พระเป็นเจ้าทรงประสงค์ให้เป็น จึงไม่ควรจะหวังอะไรให้มากเกินไปนัก

นีเคอเลิสเปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆว่า อย่างในคณิตศาสตร์ เราเข้าใจว่าสามเหลี่ยมคืออะไรอย่างชัดเจนและแน่นอนตายตัว นั่นเป็นเพียงมโนภาพของเราเท่านั้น เราสร้างรูปสามเหลี่ยมไว้ในมโนภาพของเราเพื่อเป็นมาตรฐาน เรากำหนดขึ้นเองว่า สามเหลี่ยมต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง และมันก็มีคุณสมบัติเฉพาะเท่าที่เรากำหนดให้แก่มัน แต่เราไม่เคยพบสามเหลี่ยมเช่นนี้ในโลกแห่งประสบการณ์ของเราเลย สามเหลี่ยมในประสบการณ์ของเรามีลักษณะขาดๆเกินๆ ทั้งสิ้นเมื่อเทียบกับสามเหลี่ยมมาตรฐาน เช่น ด้านไม่ตรง มุมไม่ครบองศา จะต้องเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าหรือไม่เท่าอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นต้น สามเหลี่ยมในประสบการณ์ของเราจึงเป็นสามเหลี่ยมแห่งการเดาทั้งสิ้นเมื่อเทียบกับสามเหลี่ยมมาตรฐานในมโนภาพของเราในทำนองเดียวกัน ความรู้ในมโนภาพของเราซึ่งได้จากประสบการณ์และตัดทอนมาจากประสบการณ์ ก็เป็นเพียงการเดาเมื่อเทียบกับความรู้แท้หรือปรมัตถสัจ เพราะอันที่จริงแล้ว ในเอกภพไม่มีแมกสิมั่มหรือมีนีมั่ม ไม่มีการหยุดและการเคลื่อนอสัมพัทธ์ ไม่มีจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เราสมมุติกันขึ้นในมโนภาพทั้งสิ้น

เอกภพไม่ใช่สิ่งเลวที่เราจะต้องหันหลังให้เพื่อเข้าถึงพระเป็นเจ้า แต่เป็นแว่นช่วยให้เห็นพระเป็นเจ้า กระนั้นก็ตาม โลกก็มิใช่ศูนย์กลางของเอกภพ เพราเอกภพไม่มีศูนย์กลาง ศูนย์กลางอยู่ตรงไหนแล้วแต่เราจะกำหนดให้ โลกมิได้มีระเบียบแบบแผนหรือกฎตายตัวตามคณิตศาสตร์ เพราะกฎคณิตศาสตร์เรากำหนดกันเอง แต่เราก็ใช้คณิตศาสตร์เพื่อการศึกษาโลกให้เข้าใจถึงพระเป็นเจ้าได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งขัดแย้งในชีวิตจริงของเราทั้งสิ้น แต่ทว่าเบื้องหลังสิ่งขัดแย้งต่างๆ เหล่านี้มีเอกภาพ คือมีพระเป็นเจ้าสร้างวิญญาณของเรามาตามพระฉายาของพระองค์ วิญญาณของเราจึงเป็นพระเป็นเจ้าน้อยๆ สามารถเข้าใจในแนวเดียวกันกับพระองค์ เราเข้าใจคณิตสาสตร์ได้อย่างได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันและประยุกต์ใช้กับเอกภพได้ ก็เพราะเราเข้าใจแนวเดียวกับพระเจ้า แม้จะไม่เข้าใจอย่างสมบูรณ์เหมือนพระองค์ก็ตาม ความบกพร่องนั่นแหละก็คือการเดา การเดามิได้หมายความว่าไร้สาระหรือผิดพลาดทั้งหมด แต่ทว่ามีแววความจริงและมีความจริงแท้แฝงอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะรู้ได้ด้วยการเข้าถึงพระเป็นเจ้าเท่านั้น

มนุษย์คือพระฉายาของพระเป็นเจ้า ส่วนที่เป็นพระฉายาของพระองค์คือปัญญา มนุษย์สามารถคิดและสร้างสรรค์ด้วยปัญญา นอกจากสร้างสรรค์คณิตศาสตร์แล้ว มนุษย์ยังสามารถสร้างสรรค์เทคนิคและศิลปะ ศิลปะมิใช่การเลียนแบบธรรมชาติแต่ทว่าเป็นการสร้างสรรค์ในความคิดแล้วแสดงออกมา ในทำนองเดียวกันกับการกระทำของพระเป็นเจ้าและนักคณิตศาสตร์ มนุษย์เป็นได้ทุกอย่างตั้งแต่พระเป็นเจ้า ทูตสวรรค์ตลอดจนสิงสาสัตว์ เขาเป็นอนุจักรวาล มนุษย์ผู้เป็นทุกสิ่งได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดมีอยู่แต่ผู้หนึ่งและผู้เดียวเท่านั้นคือพระเยซูคริสต์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s