Cicero

Cicero ซีสเสอโรว์

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ซีเสอโรว์(Marcus Tullius Cicero ก.ค.ศ.106-43) เป็นลูกพ่อค้าร่ำรวยขึ้นภายหลัง จึงไม่มีชาติตระกูลขุนนางค้ำชู เป็นคนใฝ่รู้ จึงไปแสวงหาความรู้จากนักปราชญ์กรีกทั้งในและนอกกรุงโรม ไปถึงแผ่นดินกรีซเองด้วย ตั้งใจพัฒนาภาษาละตินให้มีคุณภาพเหมือนภาษากรีกแต่ให้ง่ายกว่า โดยพยายามกำหนดกฎไวยากรณ์ให้รัดกุมกว่า เพื่อเป็นเครื่องมือถ่ายเทความรู้จากชาวกรีกมาสู่ชาวโรมัน เพื่อศักดิ์ศรีของชาวโรมัน

เมื่อซีเสอโรว์จะต้องกล่าวอะไรเป็นทางการก็จะเตรียมก่อนอย่างดี โดยขัดเกลาภาษาให้มีคุณภาพตามแบบภาษากรีก เมื่อใช้แล้วก็เก็บรักษาไว้ในห้องสมุดส่วนตัว จดหมายก็เช่นกัน ชอบเขียนยาว ๆ มีการท้าวความถึงข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งแทรกความคิดเห็นส่วนตัว เมื่อร่างเสร็จแล้วจึงเขียนใหม่ให้เรียบร้อยเพื่อส่งไปและเก็บต้นฉบับไว้ ส่วนจดหมายที่ได้รับก็เก็บสะสมไว้เนื่องจากถือกันว่าซีเสอโรว์ใช้ภาษาละตินไพเราะที่สุดและมีวาทศิลป์เป็นแบบอย่าง จึงนิยมคัดลอกเอาไปใช้ศึกษาตัวอย่างการแต่งภาษาละตินกันอย่างกว้างขวางตลอดมา ทำให้มีเหลือมาถึงเราเป็นส่วนมาก

ซีเสอโรว์เริ่มอาชีพเป็นทนายความเมื่ออายุ 20 ปี ได้ชื่อว่าเป็นทนายฝีปากดี ต่อมาจึงหันมาเล่นการเมือง ในช่วงนั้นการเมืองเพื่อสันติภาพของมหาอาณาจักรโรมันถึงจุดวิกฤติ  จึงได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ไต่เต้าสูงขึ้นตามลำดับจนถึงตำแหน่งสูงสุดคือ ได้เป็นกงสุล (1 ใน 2 ผู้บริหารสูงสุดของมหาอาณาจักรโรมัน) เมื่ออายุ 43 ปี ซึ่งนับว่าหนุ่มเกินคาด ในตำแหน่งนี้ได้มีโอกาสลัดกั้นมิให้แคเทอไลเนอ (Lucius Sergius Catelina ก.ค.ศ.108-62) ใช้เพทุบายยึดอำนาจเบ็ดเสร็จได้สำเร็จด้วยวาทศิลป์ทั้งในสภาและนอกสภา

แต่แล้วอาชีพนักการเมืองก็ถึงจุดหักเหเมื่อแม่ทัพซีเซอร์ (Gaius Julius Caesar ก.ค.ศ.100-144) กับแม่ทัพพัมเพย์ผู้ยิ่งใหญ่ (Pompey the Great ก.ค.ศ.106-43) แย่งอำนาจสูงสุดกัน ทั้งสองขอให้ซีเสอโรวสนับสนุน ซีเสอโรว์ตัดสินใจเข้าข้างพัมเพย์ เมื่อพัมเพย์พ่ายแพ้ในปี ก.ค.ศ.48 ซีเซอร์ยอมอภัยให้ แต่ซีเสอโรว์ก็ไม่อยากเปลี่ยนใจมาสนับสนุน จึงอำลาชีวิตการเมืองออกเขียนหนังสือ เมื่อมาร์ก แอนโทนี แสดงเจตนาจะยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ซีเสอโรว์เขียนคัดค้าน จึงถูกลอบสังหารและตัดมือ 2 ข้างแขวนประจาน

ในช่วงปลายชีวิต ซีเสอโรว์ใช้เวลาว่างคิดคำนึงชีวิตและสังคมตามความรู้และประสบการณ์ของตน เขียนความรู้สึกนึกคิดด้วยภาษาละตินคลาสสิกยอด เยี่ยม ได้หนังสือว่าด้วยหน้าที่ (De Officiis = On Duties)ซึ่งเป็นคู่มือการวางตนอย่างเหมาะสมและมีศักดิ์ศรีในสังคมขณะนั้น ประเด็นที่สำคัญเช่นว่า

1. ความประพฤติผิดพึงหลีกเลี่ยงเสมอ แม้ว่าการหลีกเลี่ยงนั้นจะเสียผลประโยชน์หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินก็ตาม ความประพฤติถูกต้องจะต้องไม่ผิดกฎหมายบ้านเมืองเป็นอันขาด นอกจากนั้นจะต้องสุจริต (honest) เปิดเผย (open) และเป็นธรรม (fair)

2. ไม่พึงโกหกเลย แม้จะไม่ได้สาบานก็ตาม

3. พึงปฏิบัติต่อทุกคนในฐานะมนุษย์เท่าเทียมกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นคนต่างด้าว ทาส หรือสตรีก็ตาม เพราะทุกคนมีความเป็นมนุษย์ที่พึงเคารพ

4. ให้ปฏิบัติตามมโนธรรมโดยไม่แก้ตัว เพราะน้อยครั้งที่เสียงมโนธรรมจะสั่งผิด การปฏิบัติตามมโนธรรมจะนำไปสู่ความสุข

จุดอ่อนของซีเสอโรวในเรื่องนี้ก็คือ เทิดทูนธรรมนูญเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันไม่มีใครจะพึงละเมิด โดยมองข้ามไปว่า รัฐธรรมนูญก็มาจากความพอใจของมนุษย์ อาจบกพร่องและแก้ไขได้ จะต้องพิจารณาปรับปรุงอยู่เสมอ อนึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของธรรมนูญมิได้อยู่ที่อักษรที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ศรัทธาและน้ำใจของประชาชนที่จะทำให้มันศักดิ์สิทธิ์โดยการสนใจปฏิบัติตามและช่วยกันป้องกันการละเมิด และในขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันส่งเสริมให้มีการปรับปรุงในวิถีทางที่ถูกต้อง

กล่าวคือ โดยวิถีทางประชาธิปไตยจากผู้ที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้ปรับปรุง และมื่อปรับปรุงแล้วจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนส่วนรวม อย่างไรก็ตามก็ต้องยกให้เป็นความดีของซีเสอโรว์ที่แสดงอุดมคติเหนือสัญชาตญาณ ในการชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับค้ำประกันเสรีภาพและสันติภาพของสมาชิกทุกคนของสังคม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s