categories, theory of

categories, theory of ทฤษฎีวิภาค

ผู้แต่ง : พระปรียะพงษ์ คุณปัญญา
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

คานท์มีความเชื่อว่ามนุษย์เรานั้นมีกระบวนการรับรู้ความจริงทั้งที่เป็นผัสสะและเหตุผล ซึ่งทั้งสองอย่างก็เป็นกระบวนการพัฒนาปัญญาของมนุษย์เราเท่านั้น ซึ่งจะถือว่าเป็นความรู้ที่ตรงกับความเป็นจริงเสียเลยทีเดียวคงไม่ได้ เพราะว่าเราไม่รู้เสียเลยทีเดียวว่าสมรรถภาพของทั้งสองนั้นจะบิดผันต่างไปจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ด้วยเหตุนี้คานท์จึงเชื่อว่าความรู้ที่เราได้มาเป็นแต่เพียงความรู้เท่าที่ปัญญาเราสามารถรับรู้ได้เท่านั้น เราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าความเป็นจริงภายนอกเป็นอย่างไร แต่เรารู้แน่ชัดว่ามีความเป็นจริงที่เป็นวัตถุให้ประสาทสัมผัสรู้ได้มิฉะนั้น ความรู้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนบนโลก

คานท์มีทรรศน์คติว่ามนุษย์เรานั้นรับรู้วัตถุโดยผ่านอัชฌัตติกญาณ ซึ่งได้แก่ กระบวนการเรียนรู้ของสมองที่มีต่อสิ่งที่พบเห็นภายนอก ทำให้เกิดมีปฏิกิริยาขึ้นในระบบโครงสร้างผัสสะ ทำให้เกิดผัสสะ ซึ่งลัทธิประสบการณ์นิยมผิดว่า ตรงกับความเป็นจริง และเป็นวัตถุวิสัย แต่คานท์เห็นว่าเป็นกึ่งวัตถุวิสัย เพราะว่า เป็นผลผลิตของสมอง แต่ก็ไม่เป็นอัตวิสัยบริสุทธิ์ เสียทีเดียวเพราะว่า เป็นวัตถุวิสัยในฐานะที่มีวัตถุภายนอกที่มีอยู่ก่อนให้เกิดผัสสะในการเรียนรู้ จึงถือได้ว่าเป็นการประนีประน้อมอย่างชาญฉลาดมาก

คานท์อธิบายว่า การที่ว่าความรู้ทางประสาทสัมผัสของเรานั้นไม่เป็นวัตถุวิสัยหรือหลังประสบการณ์อย่างที่ลัทธิประสบการณ์นิยมเชื่อนั้น ก็เพราะว่ามีตัวแทนของวัตถุที่จะต้องผ่านการกลั่นกรองของโครงสร้างแห่งผัสสะ โดยตัวแทนนั้น อยู่ในขอบเขตของอวกาศและเวลา ทั้ง 2 อย่างนี้เป็นตัวแทนของคานท์ที่ได้กล่าวถึง โดยคานท์เรียกว่า 2 รูปแบบบริสุทธิ์แห่งความรู้สึก ที่เรียกเช่นนี้ เพราะรูปแบบนั้นเป็นตัวกำหนดมาตรการให้กับตัวแทนของความเป็นจริงที่ได้มาจากผัสสะที่เป็นประสบการณ์ตรง อีกอย่างที่คานท์เรียกว่า “บริสุทธิ์หรือก่อนประสบการณ์ ( a priori ) ก็เพราะรูปแบบหรือมาตรการทั้ง 2 นี้เป็น สมรรถภาพทางสมอง ที่มนุษย์จะต้องมีมาตั้งแต่เกิด แต่ว่ามันจะไม่พัฒนาการอะไรขึ้นมาเลยถ้าไม่มีสิ่งภายนอกผ่านเข้ามาสร้างผัสสะขึ้น

ดังนั้น คานท์ จึงเชื่อว่า ความรู้ที่ได้มาด้วยวิธีการนี้จึงไม่ใช่มโนคติแต่เกิด ( innate ideas ) ตามคำสอนของลัทธิเหตุผลนิยม ด้วยวิธีการนี้ คานท์จึงได้เห็นตรงกันข้ามกับแนวคิดของเคอเพอร์นิเขิส (Copernican revolutionin philosophy) โดยเชื่อว่า “ปัญญามนุษย์ต้องคล้อยตามวัตถุ” แต่คานท์กลับเห็นว่า “วัตถุต่างหากที่ต้องคล้อยตามปัญญามนุษย์”(ดู categories, Kant’s)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s