Brahmanism and Hinduism

Brahmanism and Hinduism ศาสนาพราหมณ์ฮินดู

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ศาสนาเริ่มต้นด้วยคัมภีร์พระเวท (Vedas) ซึ่งเก็บบันทึกความเชื่อและการปฏิบัติศาสนาพรหมณ์ (Brahmanism)ซึ่งพัฒนาต่อมาจนได้คัมภีร์เวทานตะ (Vedanta ซึ่งแปลว่าปลายหรือตอนจบของพระเวท) จึงได้นามว่าศาสนาฮินดูเรื่อยมาจนทุกวันนี้ ซึ่งบางคนก็ยังเรียกว่าศาสนาพรหมณ์อยู่ตามเดิม

แม้จะแตกสาขาออกเป็นหลายลัทธิและสำนัก มีคัมภีร์เขียนขึ้นมากมาย ต่างเวลาและสถานที่ เพื่อชี้แจงวิธีเข้าถึงพรหม แต่ก็เชื่อในทำนองเดียวกันว่า มีความจริงตายตัว คือพรหม เป็นบ่อเกิดของสิ่งทั้งปวง ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากพรหม แต่พรหมไม่เกิดจากสิ่งใดเลย พรหมอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่เปลี่ยนแปลง พรหมเท่านั้นที่เป็นจริง ทุกสิ่งนอกนั้นเป็นมายาหรือเงาแห่งความเป็นจริง หรือเป็นการแสดงออกของพรหมเป็นการชั่วคราว จึงไม่มีความเป็นจริงอื่นใดนอกจากความเป็นจริงในตัวพรหม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพรหม (ปรมาตมัน Brahman) แต่เราเห็นเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ เห็นเป็นตัวเขาตัวเรา (อาตมัน atman) ก็เพราะมีสิ่งมาหุ้มห่อให้ตัวเรามองไม่เห็นความเป็นจริงแท้ สิ่งนั้นก็คือ อุปธิ หรือ กิเลส อันเป็นเหตุให้เกิด อวิชชา เมื่อใดเราเอาชนะอุปธิได้ อวิชชาคือความเข้าใจผิดและความรู้ผิดทั้งหลายก็หมดไป เราจะเข้าใจอย่างถูกต้องโดยอัตโนมัติทันทีว่า อาตมันทั้งหลายก็คือการแสดงออกของปรมาตมันองค์เดียวทั้งสิ้น การถือเขาถือเราจึงเป็นเรื่องของการรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อาจจะเปรียบพรหมได้กับอากาศ อากาศไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็จะมีสภาพเป็นอากาศเหมือนกัน จะมีรูปร่างอย่างไรก็แล้วแต่ภาชนะที่ห่อหุ้ม อาจจะเป็นแก้ว เป็นขวด เรากะเทาะแก้วหรือขวดออกเมื่อไรอากาศก็จะรวมตัวเข้ากับส่วนใหญ่เป็นอันเดียวกัน แยกกันไม่ออก พรหมก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าคน สัตว์ ต้นไม้ สสาร ล้วนแต่เป็นพรหมทั้งนั้น แต่ถูกห่อหุ้มเสียด้วยอวิชชา เรากระเทาะอวิชชาออกเสียเมื่อไร ก็จะไม่มีเราไม่มีเขา ไม่มีสิ่งนั้น ไม่มีสิ่งนี้ เราจะเห็นแจ้งรู้จริงว่า มีแต่พรหมเท่านั้นที่ประจักษ์ออกมาเป็นสิ่งย่อยต่าง ๆ

ดังนั้น เราจึงจัดศาสนาพราหมณ์อยู่ในประเภทจิตนิยม (spiritualism)เพราะเชื่อว่ามีจิตและมโนคตินิยม (idealism) เพราะเชื่อว่าจิตสำคัญกว่าสสาร ลัทธิมโนคตินิยมอุตระ (transcendental idealism) ในศตวรรษที่ 19 เป็นต้นว่า ลัทธิเฮเกล (Hegelianism) ได้นำเอาเข้าไปใช้ในปรัชญาตะวันตก นิยมกันอยู่พักหนึ่งในหมู่นักปรัชญา แต่ระบบยากเกินกว่าที่จะแพร่หลายถึงประชาชน ปัจจุบันนี้ก็ยังมีอิทธิพลต่อความคิดของตะวันตกอยู่ไม่น้อย

ความแตกต่างกับมโนคตินิยมของเพลโทอยู่ที่ว่า สำหรับศาสนาพราหมณ์นั้น นอกจากพระพรหมแล้ว สิ่งอื่นทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ปรากฏแก่ผัสสะของเราทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นมายา ไม่มีความเป็นจริงเลย ส่วนเพลโทถือว่าหน่วยเฉพาะ (particulars) ที่ปรากฏแก่ผัสสะของเรานั้น มีความเป็นจริงเหมือนกัน แต่มีน้อยกว่าสิ่งสากล (Universal) เพราะหน่วยเฉพาะเลียนแบบหรือขอยืมความเป็นจริงมาจากสิ่งสากล จึงไม่มีความเป็นจริงอิสระของตัวเอง หน่วยเฉพาะจึงอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ และอาจสลายตัวไปเสียเลยก็ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s