Bacon,Francis

Bacon,Francis เบเขิน
ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : ศ.กีรติ บุญเจือ
แฟรงซิส เบเขินชาวอังกฤษ เป็นคนแรกที่มองเห็นปัญหาว่า ทำไมคนเราจึงคิดไม่ตรงกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีกิเลส ซาเครอทิสได้เคยสอนไว้ว่า ถ้าไม่มีกิเลสแล้วทำการเพ่งพินิจจะได้ความจริงตรงกันนั้น น่าจะไม่จริงเสียแล้ว เพราะนักปราชญ์ในยุคกลางหลายท่านปรากฏแน่ชัดว่าไม่มีกิเลส บางท่านได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญ เพื่อเป็นตัวอย่างอย่างเป็นทางการของผู้ดำรงชีพบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีใครตำหนิได้ แต่พวกเหล่านี้ก็คิดไม่ตรงกันอยู่นั่นเอง เบเขินยังเชื่อว่ามาตรการความจริงจะต้องมีตายตัวเป็นวัตถุวิสัย แต่อะไรเล่าเป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้เราได้มาตรการนั้นมาตัดสินความจริง เบเขินขบคิดอยู่นานจึงพบว่าอุปสรรคได้แก่อคติ(prejudices) ซึ่งมีอยู่หลายประการรวมทั้งกิเลสด้วย เบเขินเปรียบที่มาของอคติว่าเป็นเหมือนเทวรูป เพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้นว่าอคติเหล่านี้มีอิทธิพลขัดขวางการพบมาตรการความจริงได้มากเพียงใด
เทวรูป(Idols)คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งผู้อื่นเคารพบูชา แต่เราไม่เคารพบูชาและรังเกียจ เพราะถ้าเราเคารพบูชาหรืออย่างน้อยไม่รังเกียจ เราจะไม่เรียกว่าเทวรูปเป็นอันขาด แต่จะเรียกว่ารูปเคารพ (คำ idol ในภาษาอังกฤษก็มีนัยเช่นเดียวกัน) เพราะฉะนั้นมนุษย์เราจึงต่างฝ่ายต่างกล่าวหาสิ่งเคารพบูชาของกันและกันว่าเป็นเทวรูป แต่สิ่งเคารพบูชาของตนเองเรียกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์(holy image) อคติก็เช่นเดียวกัน ต้องเป็นความคิดที่คนอื่นเชื่อ แต่เราไม่เชื่อ เราจึงเรียกว่าอคติ ส่วนความคิดของเราเองหรือความคิดของผู้อื่นที่เราเห็นด้วย เราเรียกว่าความจริงหรือสัจธรรม ในทำนองเดียวกัน คนอื่นเขาก็เรียกความคิดของเราว่าเป็นอคติถ้าหากเขาไม่เชื่อตามเรา และเรียกความคิดของเขาเองหรือที่เขาเชื่อว่าเป็นความจริงหรือสัจธรรม เราจึงอยู่ในสภาพที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันและกัน เบเขินแบ่งประเภทของที่มาแห่งอคติหรือเทวรูปไว้เป็น 4 อย่างคือ

1. เทวรูปแห่งตระกูล(Idol of the Tribe) ได้แก่กิเลสโน้มเอียงประจำตัวที่เราได้รับถ่ายทอดมาทางสายโลหิตจากตระกูลของเรา ใครเกิดเป็นชาวสิงห์บุรีสืบเชื้อสายมาจากชาวค่ายบางระจัน ย่อมมีใจร้อน กล้าหาญ มุทะลุ ส่วนผู้ที่เกิดเป็นชาวเชียงใหม่สืบเชื้อสายจากชาวเขาบนดอยสุเทพ ย่อมจะมีใจเย็น มองโลกในแง่ดี เห็นแต่ความสวยสดงดงาม ใจดี ทะเลาะกับใครไม่เป็น สมมุติว่า 2 คนนี้เป็นเพื่อนกัน เป็นผู้ชายทั้งคู่ วันหนึ่งชวนกันโดยสารรถประจำทาง มีเพื่อนสาวไปด้วยคนหนึ่ง สมมุติว่ามีหนุ่มแปลกหน้าพูดแทะโลมเพื่อนสาว ใครจะมีปฏิกริยาก่อนกัน เดาได้ไหม แน่นอน น่าจะเป็นหนุ่มบางระจัน รู้สึกในใจว่า “อย่างนี้ต้องสั่งสอน” และอาจจะแสดงอาการฮึดฮัดออกให้เห็นภายนอก ส่วนชาวดอยสุเทพยังใจเย็นอยู่ รีบฉุดเพื่อนเอาไว้ไม่ให้วู่วาม “เฮ่ย เรื่องเล็กน่า จะเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือทำไม จอดป้ายหน้าลงเถอะ รอไปอีกคันดีกว่า” ชาวบางระจันกับชาวดอยสุเทพแสดงสายเลือดต่างกัน ทันทีที่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

2. เทวรูปแห่งถ้ำ(Idol of the Den) ได้แก่สิ่งแวดล้อมและการศึกษาอบรมที่เราได้รับนับตั้งแต่เกิดเป็นต้นมา ตัวอย่างเช่น พี่น้องฝาแฝดลูกชาวสลัมเกิดที่โรงพยาบาล ผู้พยาบาลรู้สึกสงสารจึงเอาคนหนึ่งไปให้คหบดีครอบครัวหนึ่งเลี้ยงเหมือนลูกของตัวเองจริง ๆ เพราะตนเองไม่มีลูกและอยากได้ลูกมานานแล้ว เด็ก 2 คนนี้มีสายเลือดเดียวกัน แต่เติบโตในสิ่งแวดล้อมต่างกัน ย่อมจะมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกันอยู่ส่วนหนึ่งและต่างกันอยู่อีกส่วนหนึ่ง หรืออีกตัวอย่างหนึ่งสมมุติพี่น้องฝาแฝดเติบโตในบ้านเดียวกัน เรียนโรงเรียนเดียวกันมาโดยตลอด ต่อมาคนหนึ่งสอบเข้าจุฬาฯได้ อีกคนหนึ่งสอบติดธรรมศาสตร์ ให้สังเกตว่าต่อมาไม่นาน สองคนนี้จะมีความรู้สึกนึกคิดนับวันแต่จะผิดเพี้ยนกันออกไปทุกที นิสิตจุฬาฯจะเน้นระบบอาวุโส(sotus) ส่วนนักศึกษาธรรมศาสตร์จะเน้นความเสมอภาค(equality) เป็นต้น

3. เทวรูปแห่งตลาดนัด(Idol of the Market-place) ได้แก่ภาษาที่เราใช้ เราเคยชินอยู่กับภาษาใด เราจะมีความรู้สึกนึกคิดไปตามโครงสร้างของภาษานั้น คนไทยที่รู้แต่ภาษาไทยเปรียบเทียบกับคนจีนที่รู้แต่ภาษาจีน คนไทยจะไม่ขยันขันแข็งเท่าคนจีน เพราะภาษาไทยพูดว่า “ฉันมีเงินมาก” แต่คนจีนว่า “ฉันมีมากเงิน” คนไทยสักแต่ว่ามีเงินก็พอใจแล้ว ไม่สนใจว่าจะมีมากมีน้อย ขอให้มีสักก้อนหนึ่ง จะนั่งกินนอนกินจนเงินหมด จึงขวนขวายหาใหม่ ส่วนคนจีนเอาคำขยายขึ้นก่อน ทำให้รู้สึกว่าจะมีก็ต้องมีให้มาก เมื่อมียังไม่มากก็ยังไม่พอใจ เวลานี้คนไทยขยันขันแข็งกว่าแต่ก่อน เพราะรู้ภาษาต่างประเทศกันมาก คนไทยเมื่อพูดว่า “คน” จะหมายถึงกี่คนก็ได้ คนอังกฤษเมื่อพูดว่า “man” ย่อมหมายถึงคนเดียว หากจะหมายถึงหลายคนก็ต้องใช้พหูพจน์ว่า “men” ทำให้เป็นคนละเอียดละออในเรื่องจำนวนมากกว่าคนไทย
ชาวเผ่าบันตูได้ชื่อว่ามีความละเอียดลออในเรื่องจำนวนมากกว่าชาวอังกฤษเสียอีก ถ้าคน ๆ เดียวเขาจะพูดว่า “มุนตู” ถ้าคนหลายคนจะพูดว่า “มุนตู มุนตู” ฟังได้ความชัดเจนดีกว่าภาษาอังกฤษมาก ถ้าต้องการบอกว่ามีคนมากมายเกินคาด จะพูดว่า “มุนตู มุนตู มุนตู” เป็นต้น เรามาลองสันนิษฐานกันดูว่าอะไรเป็นเหตุให้ชาวเผ่าบันตูต้องละเอียดลออในเรื่องจำนวน ลองหลับตานึกดูชนเผ่านี้เมื่ออยู่กันตามระบบเผ่า แบ่งแยกกันเป็นกลุ่มเล็กๆ มีการรบราฆ่าฟันกันเป็นประจำระหว่างกลุ่ม จึงต้องมียามรักษาการณ์ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง หากยามรักษาการณ์ตะโกนแจ้งมาด้วยภาษาของเขาว่า “ศัตรูมา” ก็หมายความว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเห็นศัตรูเพียงคนเดียว ใครทำอะไรอยู่ก็ทำต่อไปได้ แต่ถ้ายามตะโกนแจ้งมาว่า “ศัตรู ศัตรูมา” ก็หมายความว่าเห็นศัตรูอยู่จำนวนหนึ่ง ให้ทุกคนเตรียมพร้อม อาจจะมีการสู้รบ หนุ่มๆทั้งหลายให้ไปรวมพล คอยฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา คนอื่นให้เรียกลูกเล็กเด็กแดงเข้าบ้าน ปิดประตูหน้าต่าง เก็บข้าวของเตรียมพร้อม เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ถ้ายามตะโกนบอกมาว่า “ศัตรู ศัตรู ศัตรูมา” ก็หมายความว่า ศัตรูมามากมายเกินคาด หมดทางสู้ ตัวใครตัวมัน รีบหาทางเอาตัวรอดกันเอง นี่เป็นเพียงสันนิษฐานตามจินตนาการเพื่อความเข้าใจเรื่องเทวรูปแห่งตลาดนัดเท่านั้น ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเป็นข้อมูลใด ๆ ยังไม่ได้

4. เทวรูปแห่งโรงละคร(Idol of the Theater) ได้แก่ขนบธรรมเนียมประเพณี และศาสนาที่ตนนับถืออยู่ ประเพณีของไทย คนไทยว่าเข้าท่าดี ของคนอื่นไม่เข้าท่า ชาติอื่นเขาก็ว่าธรรมเนียมของเขาเข้าท่าดี ของคนไทยไม่ได้ความ เช่นคนไทยรังเกียจสตรีที่มีสามีหลายคนในเวลาเดียวกัน แต่เคยมีกลุ่มชนที่ยกย่องสตรีที่มีสามีหลายคนในเวลาเดียวกันว่า เป็นผู้เสียสละและมีความสามารถเป็นพิเศษ อย่างในเรื่องกฤษณาสอนน้องเป็นต้น น่าเชื่อว่าเคยมีเผ่าที่นิยมให้สตรีมีสามีหลายคน แต่ไม่ยอมให้ชายมีภรรยาหลายคน เป็นเพราะเหตุใดไม่ทราบ ในเผ่านั้นผู้ชายเกิดมาก ผู้หญิงเกิดน้อย จึงต้องเจือจานแก่กันตามมีตามเกิด ชายใดบังอาจมีภรรยา 2 คนย่อมถือว่าเอาเปรียบสังคมอย่างร้ายแรง เพราะใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดสิ้นเปลือง แต่จะยกย่องสตรีที่ยอมมีสามีมากๆในเวลาเดียวกัน คนไทยยกย่องชายที่มีภรรยาหลายคนและสามารถเลี้ยงดูให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนได้อย่างดีตามลำดับอายุสมรส แต่ฝรั่งเห็นว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว มีใหม่ไม่รู้จักหย่าคนเก่า ชายไทยใดหย่าคนเก่าเพื่อมีใหม่ สังคมกลับกล่าวหาว่าเป็นคนใจร้าย อย่างนี้เป็นต้น มีชาวแอฟริกาเผ่าหนึ่งภูมิใจว่าเป็นเผ่าที่ถือความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าเหนือสิ่งอื่นใด ทุกปีในวันเกิดของพ่อหรือแม่ ลูกทุกคนจะต้องมาชุมนุมกันพร้อมเพรียงที่บ้านของพ่อแม่ เพื่อประกอบพิธีแสดงความกตัญญูเหนือสิ่งอื่นใด ในพิธีกรรมนั้น เขาจะเชิญพ่อหรือแม่ที่ฉลองวันเกิดให้ปีนต้นไม้ แล้วลูกทุกคนช่วยกันเขย่า ถ้าพ่อหรือแม่คนนั้นยังมีกำลังวังชาพอจะยึดต้นไม้ได้ไม่ตกลงมา พวกเขาจะไชโยโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างสุดขีด เพราะพ่อหรือแม่นั้นมีสิทธิที่จะมีชีวิตต่อไปได้อีก 1 ปี ปีหน้ามาเขย่ากันใหม่ ปีใดพ่อหรือแม่นั้นอ่อนกำลังยึดต้นไม้ไม่แน่นพอ หล่นตุ้บลง ทุกคนจะต้องช่วยกันแทงให้ตาย ใครไม่แทงถือว่าอกตัญญูอย่างร้ายแรง

เทวรูป 4 เป็นอคติประจำตัวของทุกคน ต่างคนต่างมีโดยไม่มีทางจะขจัดออกไปเสียให้หมดสิ้นได้ เทวรูปแห่งตระกูลอยู่ในสายเลือด ถ้าจะขจัดก็ต้องถ่ายเลือดทิ้งให้หมด แล้วก็ไปคิดกับยมบาลเท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรยอมรับสภาาพความเป็นจริง ยอมรับว่าตนเองมีเทวรูปของตน คนอื่นเขาก็มีเทวรูปของเรา ต่างคนต่างมีไม่เหมือนกัน ใครมีเทวรูปอย่างไรก็จะมีความรู้สึกนึกคิดไปตามเทวรูปของตน

ความคิดของเบเขินเรื่องอคติดีมาก เพราะเบเขินวิเคราะห์ถึงแก่นในจิตวิทยาของมนุษย์ แต่ทว่าการขจัดอคติหรือเทวรูปออกให้หมดตามคติของเบเขินนั้น ย่อมจะทำไม่ได้ เพราะแต่ละอย่างล้วนเป็นปัจจัยจำเป็นสำหรับความคิดทั้งสิ้น ลองขจัดการอบรมศึกษาที่ได้รับมาแต่ต้นออกไปเสียทั้งหมด แล้วเราจะคิดเรื่องอะไรได้บ้าง ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการถ่ายเลือดออกจากตัวให้หมดแล้วลองคิดดู แม้การทำอุปนัยตามวิธีการของเบเขินก็ต้องอาศัยเทวรูปทั้ง 4 อยู่นั่นเอง นับตั้งแต่การจัดทำรายการไปจนกระทั่งการคัดสิ่งไม่ต้องการออกแต่ละครั้ง จนในที่สุดยืนยันสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ อคติจึงเปรียบได้กับปีกนก นกจะบินได้ก็ต้องอาศัยปีก แต่ในเวลาเดียวกัน นกก็ต้องแบกปีกของตนเอง และต้องคอยปกป้องหลบหลีกสิ่งกีดขวางมิให้ปีกเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะทำตามคำแนะนำของเบเขินไม่ได้ แต่การรู้จักเทวรูปของเบเขินก็มีประโยชน์มากสำหรับนักคิดและนักวิจัย เพราะอย่างน้อยการยอมรับว่าตัวเองมีอคติประจำตัว คนอื่นแต่ละคนก็มีอคติประจำตัวของตน นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการร่วมมือและเสวนาความคิด จนสามารถตกลงแนวทางปฏิบัติกันได้โดยไม่จำเป็นจะต้องเกี่ยงงอนให้มีความคิดตรงกันเสียก่อน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s