Bacon on induction

Bacon on induction  อุปนัยของเบเขิน
ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้: ศ.กีรติ บุญเจือ
เบเขินเห็นว่าการศึกษาที่แล้วมา ขึ้นกับการพิสูจน์ตามแบบแผนรูปนิรนัย ตามหนังสือ Organom ของแอเริสทาเทิลมากเกินไป แต่ทว่ารูปนิรนัย ประกอบด้วยประโยค ประโยคประกอบด้วยคำ คำเป็นการแสดงออกของมโนภาพ ถ้ามโนภาพไม่มีหลักฐานความจริงแน่นอนแล้วจะหวังอะไรจากรูปนิรนัยเล่า ท่านเห็นวิธีการนิรนัยแบบเก่าหละหลวมและรีบร้อนเกินไป ดีสำหรับใช้เป็นเทคนิคในการโต้วาทีเท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับหาความจริง จึงคิดว่าต้องใช้วิธีหาความรู้ใหม่เพื่อได้วิทยาการใหม่ วิธีใหม่ซึ่งความจริงมิได้ใหม่จริง เพราะแอเริสทาเทิลก็ได้กล่าวไว้และได้ใช้อยู่อย่างไม่สมบูรณ์แบบ คือวิธีถอดสิ่งสากล (abtraction) เพื่อได้ความรู้สากลจากประสบการณ์เฉพาะหน่วยหลาย ๆ หน่วย วิธีอุปนัยของแอเริสทาเทิลขาดแต่การทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งขึ้นเพื่อความแน่ใจมากขึ้นเท่านั้น อันเป็นส่วนที่เบเขินคิดว่าจะต้องเสริม เพื่อให้ได้วิธีการที่มีประสิทธิภาพสำหรับค้ำประกันความจริงของระบบเครือข่าย

วิธีอุปนัย
ท่านวิจารณ์ว่าวิธีอุปนัยของแอเริสทาเทิลรีบสรุปเกินไป เพราะมั่นใจในประสิทธิภาพของการหยั่งรู้ จากประสบการณ์เพียงเล็กน้อยก็สรุปเป็นกฎทั่วไป และจากฎทั่วไปที่หละหลวมเช่นนี้ แอเริสทาเทิลทำนิรนัยหาความจริงต่อ ๆ ไปอีก เบเขินเห็นว่าวิธีการของแอเริสทาเทิลไม่เหมาะสำหรับจะเข้าถึงธรรมชาติและควบคุมใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ จึงควรต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ ก่อนอื่นต้องเลิกบูชาเทวรูปทั้ง 4 ดังกล่าวมาข้างต้น เมื่อใจอุเบกขาเป็นกลางไร้อคติแล้วก็ให้มองดูธรรมชาติตรง ๆ สังเกตและทดลอง ปรากฏการณ์ของธรรมชาติจนจับได้แง่ใดสักแง่หนึ่งในใยข่ายของกฎธรรมชาติ แล้วก็จะสามารถคลำหาข้ออื่น ๆ ต่อไปด้วยวิธีเดียวกัน เรายิ่งพบแง่หลายแง่ขึ้นเท่าใด การคลำหาแง่ต่อไปจะยิ่งง่ายขึ้นตามลำดับ
วิธีอุปนัยของเบเขิน ต้องใช้ความเพียรอดทนด้วยคติว่า “ช้า ๆ ได้พร้า 2 เล่มงาม” คืออย่ารีบร้อน ต้องทำอย่างใจเย็น รอบคอบ ก่อนอื่นให้รวบรวมตัวอย่าง (instances) ที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ซึ่งเราต้องการค้นคว้า พยายามรวบรวมตัวอย่างที่น่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องให้มากที่สุดแล้วมาแยกดูว่าตัวอย่างไหนมีปรากฏการณ์ดังกล่าว และตัวอย่างไหนไม่มีจริง ๆ แยกไว้เป็นสองพวก พวกมีเรียกว่า ตัวอย่างปฏิฐาน (positive instance) พวกไม่มีเรียกว่า ตัวอย่างปฏิเสธ (negative instances) ข้อสำคัญที่ต้องระวังก็คือ พวกตัวอย่างปฏิเสธ ต้องให้แน่ใจว่าปฏิเสธจริง ๆ พยายามอย่าให้ตัวอย่างที่เราคิดว่าปฏิเสธนั้นวกกลับมาปฏิเสธตัวเองต่อภายหลัง
ขั้นต่อไปก็คือเอาตัวอย่างปฏิฐานมาจัดลำดับขั้นมากน้อย จะได้เป็นทางนำไปสู่การเล็งเห็นสาเหตุได้ง่ายขึ้น
สมมุติเราไปปิกนิกกันหมู่ใหญ่ เกิดมีคนปวดท้องกัน 20 คน เราต้องการหาสาเหตุว่าอะไรทำให้ปวดท้อง คนไม่ปวดท้องเราแยกไว้ประเภท ข้อมูลเชิงปฏิเสธ แต่ระวังสืบถามดูให้แน่ว่าไม่ปวดท้องจริง ไม่ใช่กินยาหายปวดไปแล้ว ส่วนพวกปวดท้องซึ่งเป็น ข้อมูลปฏิฐาน เราเอามาจัดลำดับปวดมากปวดน้อย แล้วสืบดูทั้งพวกปวดท้องและไม่ปวดท้องว่ารับประทานอาหารอะไรบ้างมากน้อยเพียงใด เพื่อสรุปว่าอาหารอะไรทำให้ปวดท้อง นี่เป็นตัวอย่างง่าย ๆ แต่ในการค้นคว้าหากฏในธรรมชาติต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะและวิจารณญาณมากกว่านี้ อะไรที่ไม่แน่ใจจริง ๆ อย่ารีบสรุปเอาง่าย ๆ เมื่อได้ผลสรุปออกมาแล้วก็ต้องทำการทดสอบต่อไปอีกจนแน่ใจได้จริง
การเลือกตัวอย่างมาประเมินเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าเอาตัวอย่างมามากไปก็ทำให้ฟั่นเฝือ สรุปยาก เอาตัวอย่างมาน้อยไปก็อาจจะไม่ได้ข้อเท็จจริง เพราะอาจจะไม่เข้าเรื่องที่ต้องการเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นการรู้จักเลือกแต่ตัวอย่างที่น่าจะเกี่ยวข้อง (prerogative instances) นับว่าเป็นความสามารถพิเศษ ของนักวิจัยค้นคว้า
วิธีอุปนัยของเบเขินเป็นรูปแบบหนึ่งของอุปนัยโดยการคัดออก (induction by elimination) เพื่อการคัดออกอย่างรอบคอบ เบเขินแนะนำให้ใช้วิจารณญาณของวิธีซาเครอทิส (Socratic method)
เบเขินค้ำประกันความน่าเชื่อต่อประสิทธิภาพของวิธีอุปนัยของตน ด้วยมูลบท 2 ข้อ คือ 1) ธรรมชาติมีพลังทำการ (generating force) อันเป็นสาเหตุที่จะต้องเกิดผลโดยไม่มีทางเลี่ยง 2)การรู้จักผลย่อมนำไปสู่ความรู้สาเหตุอย่างแม่นยำตายตัว
แม้วิธีการอุปนัยของเบเขินจะล้าสมัยไม่มีใครสนใจใช้แล้ว แต่ทว่าหลักการค้ำประกันความน่าเชื่อของเบเขินมีอิทธิพลต่อมาอย่างมาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s