Augustine on philosophy of history

Augustine

Augustine on philosophy of history ปรัชญาประวัติศาสตร์ของออเกิสทีน

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ประวัติศาสตร์คือ บทบาทของมนุษยชาติ นักประวัติศาสตร์ก่อนหน้าเคยเขียนแต่ประวัติศาสตร์ของชาติของตน เช่น ประวัติศาสตร์กรีก ประวัติศาสตร์โรมัน ประวัติศาสตร์เปอร์เซีย ประวัติศาสตร์จีน ฯลฯ หากจะพูดถึงชาติอื่นก็จะพูดถึงในฐานนะตัวประกอบเรื่อง แต่ละชาติจะเขียนประวัติศาสตร์ให้ชาติของตนเป็นศูนย์กลางของบทบาท

ออเกิสทีนเป็นคนแรกที่คิดว่าประวัติศาสตร์คือ บทบาทของมนุษยชาติแต่ละชาติต่างก็มีบทบาทของตนในบทบาทรวม ในปัจจุบันนักประวัติศาสตร์ที่ดีทั้งหลาย แม้จะเขียนประวัติศาสตร์ของชาติใดชาติหนึ่ง ก็ย่อมต้องคำนึงว่าชาตินั้นๆ เป็นส่วนหนึ่งของบทบาทรวมของมนุษยชาติ

ประวัติศาสตร์มีจุดมุ่งหมาย เพลโทว์สอนว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นสัญลักษณ์แห่งความไม่เป็นจริง ประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องราวของความไม่เป็นจริงไม่มีแก่น ไม่มีจุดหมาย ไม่มีระบบ ไม่มีทฤษฎี เป็นแต่เพียงบันทึกเหตุการณ์เหมือนกับเป็นข้อมูลจากประสบการณ์เท่านั้น เอเริสทาเถิลสอนว่า หลักการเป็นสาเหตุ ใช้กับประวัติศาสตร์ไม่ได้ เพราะเหตุการส่นมากเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ดังนั้น นักประวัติศาสตร์กรีกที่สำคัญ เช่น ฮิราเดอเทิส (Herodotus) และเธอซีเดอดิส (Thucydides) เพียงแต่บันทึกเหตุการณ์ ไม่พยายามจะหาสาเหตุและตีความหมายของเหตุการณืต่างๆ และมักจะแสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เช่น บังเอิญแม่ทัพตายสงครามที่น่าจะชนะก็กลายเป็นแพ้ไป เหตุการณ์บังเอิญเหล่านี้ไร้จุดหมายในตัวของมันเอง คนฉลาดอาจจะพยายามฉวยอาสให้เกิดประโยชน์แก้จุดหมายของตนเองได้ แต่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคของเหตุการณ์บังเอิญอื่นๆ

ออเกิสทีนถือว่า ประวัติศาสตร์มีจุดหมายในแผนการของพระเป็นเจ้าประวัติศาสตร์เป็นบทบาทของมนุษยชาติทั้งหมด มีศูนย์กลางอยู่ที่การรับเอากายของพระเยซู ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราพระเป็นเจ้าผู้ทครงเป็นผู้อำนวยการยอดเยี่ยม ย่อมจะผูกเรื่องได้แนบเนียนที่สุด ปัญญาของเราอาจเข้าไม่ถึง จึงไมเห็นสาเหตุและเหตุผลของเหตุการณ์บางอย่าง

จุดหมายของประวัติศาสตร์ จุดหมายของประวัติศาสตร์ ได้แก่ ความรอดของผู้ที่พระเป็นเจ้าทารงเลือกสรร (the salvation of the elects) ออเกิสทีนถือว่ามนุษย์จะได้บทเรียนสำหรับชีวิตเพือ่เอาตัวรอดได้เป็นอันมาก หากรู้จักมองประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประวัติศษสตร์ยิวจะชี้ให้เห็นการเตรียมบทบาทแห่งความรอด คือ การรับเอากายไถ่บาปของพระเยซู ส่วนประวัติศาสตร์หลังพระเยซูเป็นการประยุกต์ผลแห่งการไถ่บาป เพราะฉะนั้น บทบาทของมนุษย์ชาติเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต้งแต่พระเยซูประสูติไปจนถึงวันสิ้นโลก บทบาทที่กล่าวนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ดังที่บรรยายไว้ในหนังสือนครของพระเป็นเจ้า (The City of God) ว่า สังคมมนุษย์แบ่งออกเป็น 2 นครคือนครของพระเป็นเจ้ากับนครของโลกนี้ (The City of this World) สมาชิกของสองนครนี้ปะปนกันอยู่ ไม่มีเส้นแบ่งให้เห็นชัดเจน เพราะเส้นแบ่งอยู่ในจิตใจของมนุษย์แต่ละคน

สาเหตุของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ สำหรับออเกิสทีนชี้แจงได้สะดวกมาก ไม่ต้องรวบรวมข้อมูลก่อนเหตุการณ์มาช่วยตีความไม่ยุ่งยาก เพราะพระเป็นเจ้าทรงควบคุมบทบาทอยู่ เหตุการณ์ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นตามบทบาทที่มุ่งไปสู่จุดหมายของพระเป็นเจ้า เช่นถ้าถามว่า ทำไมจึงมีการแตกแยกในคริสตศาสนา ตอบได้ว่าเพราปิศาจเห็นว่าคริสตศาสนาครุ่งเรืองเร็วมาก จึงใช้อุบายตลบหลังแต่แล้วพระเป็นเจ้าก็ใช้เป็นเรื่องมือให้กิดความกระตือรือร้นมากขึ้นในหมู่คริสตศาสนิกชนที่ซื่อสัตย์ ถ้าถามว่าทำไมคริสตศาสนิกชนจึงถูกเบียดเบียนเข่นฆ่า ตอบว่าเพื่อเจาจะได้สร้างบุญกุศลไปสวรรค์ ถามว่า ทำไมกรุงโรมจึงถูกปล้น ปัญหานี้ชาวโรมันต่างศาสนาเคยกล่าวหาว่าเพราะชาวโรมันทิ้งเทพคู่บ้านคู่เมืองไปนับถือคริสตศาสนา ออเกิสทีนตอบแย้งว่า ไม่ใช่เช่นนั้น แต่ตรงกันข้าม เพราะชารวโรมันยอมรับคริสตศาสนาช้าไป และจขนถึงสมัยของออเกิสทีนก็ยังรับนับถือคริสตศาสนากันไม่ทั่วหน้าต่างหากเล่า พระองค์จึงทรงเตือนให้รีบจัดการเสีย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s