จริยธรรมโบราณ

ancient ethic จริยธรรมโบราณ
ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ปรัชญาจริยะกระบวนทรรศน์โบราณ แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มศาสนา วางมาตรการความประพฤติจากกฎเกณฑ์ที่ศาสนาวางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อความสำเร็จในโลกนี้ ซึ่งค้ำประกันความสุขในโลกหน้า กลุ่มนี้อาจเรียกได้ว่ากลุ่มวิมุตตินิยม คือ กลุ่มผู้แสวงหาการหลุดพ้นจากความทุกข์ทุกอย่างในโลกนี้เพื่อได้ความสุขถาวรในโลกหน้าจะตามมา
มาตรการความประพฤติดีประกอบด้วยเป้าหมายหรือวิธีหรือทั้งสองอย่างรวมกัน
1. ศาสนายูดาห์ถือการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระยาห์เวห์อย่างเคร่งครัดตามตัวอักษร เป็นมาตรการความประพฤติดี มีมติโดยทั่วไปว่าควรถือให้เกินไว้ดีกว่าขาด
2. ศาสนาพราหมณ์ ถือการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรณะที่เกิดมาเป็นมาตรการความประพฤติดี
3. ศาสนาพุทธ ถือการเข้าใกล้จนบรรลุนิพพานเป็นมาตรการความประพฤติดี
4. ศาสนาขงจื๊อ ถือการเคารพตามลำดับญาติและตามตำแหน่งหน้าที่เป็นมาตรการความประพฤติดี

กลุ่มหาความสุขในโลกนี้ วางมาตรการความประพฤติดีไว้ที่การได้ใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างฉลาดให้ได้เปรียบที่สุด กลุ่มนี้อาจเรียกได้ว่า กลุ่มสุขนิยม (eudemonism) คือกลุ่มผู้แสวงหาความสุขในโลกนี้ ที่สำคัญนี้
1. ลัทธิซาฟฟิสม์ (Sophism) ถือว่าการใช้ชีวิตอย่างฉลาด ได้แก่ การทำตามที่ตนเองชอบ ชอบอะไรได้ทำอย่างนั้นคือความดี ต้องฝืนทำสิ่งไม่ชอบคือความชั่ว
2. ลัทธิรตินิยม (Hedonism) ถือว่าการใช้ชีวิตอย่างฉลาด ได้แก่ การกอบโกยหาความบันเทิงให้มากที่สุดในทุกโอกาส เพราะพรุ่งนี้เป็นของไม่แน่ วันนี้ไม่ตาย พรุ่งนี้ไม่แน่ ให้ฉวยโอกาสเสียให้เต็มที่ ในแต่ละขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่
3. ลัทธิเอพเพอคีวเรียน (Epicureanism) ถือว่าการใช้ชีวิตอย่างฉลาดได้แก่ การรู้จักประมาณตนในการหาความบันเทิงให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพราะพรุ่งนี้เป็นของไม่แน่ก็จริง แต่ก็แน่มากกว่าไม่แน่ คนฉลาดจึงพึงยับยั้งชั่งใจถนอมไว้เสวยสุขได้นาน ๆ ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
4. ลัทธิสโทว์อิก (Stoicism)ถือว่าการใช้ชีวิตอย่างลาด ได้แก่ การทำใจอุเบกขาชนิดพอใจกับสิ่งที่จำเป็นในชีวิตเท่านั้น ฝักใฝ่สิ่งไม่จำเป็นทำให้ตนมีภาระ สลัดทิ้งเสียได้ตัวจะเบาคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง สบายกว่า
5. ลัทธิซีนนิก (Cynicism) ถือว่าการใช้ชีวิตอย่างฉลาด ได้แก่ การทำใจอุเบกขาชนิดไม่รู้สึกว่ามีความต้องการอะไรเลย ซีนนิกแปลว่าสุนัข สุนัขเป็นสัตว์ไม่รู้จักตุนอาหารไว้ใช้ในอนาคต หิวเมื่อใดจึงหากิน ไม่หิวไม่สนใจเก็บหรือหวงแหนไว้

กลุ่มหาความรู้ ถือมาตรการว่า “คุณธรรม คือ ความรู้” (Virtue is knowledge.) คนมีความรู้จึงมีความสุขได้อย่างแท้จริง มีเป้าหมายที่การหาความสุขอันเหมาะสมกับความเป็นมนุษย์ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าหากจะมีโลกหน้าไม่ว่าในแบบใด กลุ่มนี้อาจเรียกได้ว่ากลุ่มปัญญานิยม (Intellectualism) คือ กลุ่มผู้แสวงหาความรู้ ความฉลาดและปรีชาญาณ (ความรอบรู้)
1. ซาคเครอทิส (Socrates, ก.ค.ศ.470-399) ถือว่าจุดหมายของชีวิตอยู่ที่การหาความรู้ ซึ่งมีเหมือนกันในมนุษย์ทุกคน หากแต่กิเลสทำให้ไขว้เขวจึงต้องตัดกิเลสควบคู่กับการค้นคว้าหาความรู้ ความรู้จึงเป็นสิ่งที่สอนกันไม่ได้ ได้แค่แนะนำให้ตัดกิเลสแล้วความรู้ก็จะเกิด
2. เพลโทว์ (Plato, ก.ค.ศ.427-347) ถือว่าจุดหมายของชีวิตอยู่ที่การหาความรู้ที่อยู่ในโลกแห่งมโนคติ (the World of Ideas) เพราะความรู้ ความดี และความสุข เป็นสิ่งเดียวกัน
3. แอร์เริสทาทเถิล (Aristotle, ก.ค.ศ.384-322) ถือว่าจุดหมายของชีวิตอยู่ที่การหาความรู้โดยการถอดสิ่งสากลจากสิ่งเฉพาะหน่วย ซึ่งจะนำไปสู่การมีชีวิตด้วยความกลมกลืน ทั้งภายในตัวเองและกับสิ่งแวดล้อม เพราะในระดับสิ่งสากลนั้นทุกอย่างสัมพันธ์กันเป็นระบบระเบียบชัดเจน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s