ราชบัณฑิตเสวนา (85)

1234.jpg

สมัชชาคุณธรรมอย่าทำซ้ำผิด

ดีใจที่ได้ยินว่าเราจะมีสมัชชาคุณธรรมตามรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จำได้ว่าสนช.รุ่น พ.ศ.2550 ก็ได้ดำริแต่ทำไม่สำเร็จ เพราะสมัยนั้นคณะกรรมาธิการที่ทำเรื่องนี้คิดกันว่าคุณธรรมคือคุณธรรม ต้องทำแยกจากกฎหมาย รัฐธรรมนูญเพียงแต่รับรู้เป็นนโยบายก็พอแล้ว เรื่องของคุณธรรมควรเป็นเรื่องชักชวนให้คนทำดีนอกเหนือไปกว่าที่กฎหมายบังคับ หากข้อใดคิดว่าจำเป็นและมีเหตุผลพอที่จะออกเป็นกฎหมายก็ออกเป็นกฎหมายและมีบทลงโทษกำหนดชัดเจนและให้ฝ่ายกฎหมายรับผิดชอบทุกขั้นตอน ฝ่ายคุณธรรมอาจจะช่วยอบรมด้วยเหตุผลด้วยก็ได้แต่การลงโทษต้องดำเนินการโดยฝ่ายกฎหมายเท่านั้น ส่วนเรื่องคุณธรรมให้แยกทำต่างหากจากกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องต้องอบรมให้ทำด้วยใจรัก น่าเสียดายที่นโยบายคุณธรรมรุ่น 50 ไม่ได้คลอดตามความต้องการของ สนช. เพราะฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้กฎหมายดูแลเรื่องคุณธรรมเสียเอง โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานสร้างชุดจริยธรรมขึ้นมาควบคุมดูแลผู้คนในความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ และบังคับให้หน่วยงานทุกหน่วยที่มีชุดคุณธรรมประกาศออกใช้กำหนดมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนให้ได้ผล และจริงๆก็คือไม่ได้ผลอย่างที่รู้ๆกันอยู่

อันที่จริงที่รัฐธรรมนูญเรียกว่า “ประมวลจริยธรรม” นั้นที่จริงควรเรียกว่า “จรรยาบรรณ” (Code of Conduct) ประจำหน่วยงานมากกว่า ซึ่งประกอบด้วยบางข้อจากประมวลกฎหมาย บางข้อจากจริยธรรม บางข้อจากศีลธรรมศาสนา และบางข้อจากวัฒนธรรมประจำชาติ ที่หน่วยงานนั้นพร้อมใจกันเน้นให้เป็นอุดมคติและเอกลักษณ์ของหน่วยงานหรือสถาบัน หัวหน้าหน่วยงานต้องมีมาตรการที่จะย้ำเน้นให้เข้าในจิตไร้สำนึกระดับSuperegoให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจให้แก่สมาชิกทุกคนตระหนักชัดเจนว่าแต่ละข้อมีความสำคัญต่างกัน คือ

1.ข้อที่เป็นกฎหมายทุกข้อบังคับพลเมืองไทยทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน และถ้ามีการฝ่าฝืน สถาบันจะให้ความร่วมมือกับทางการเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมาย และสถาบันอาจมีการลงโทษเพิ่มเติมตามที่จะเห็นว่าเป็นคุณแก่สถาบัน

2. ข้อที่อยู่นอกเหนือกฎหมายแต่สถาบันคิดว่าจำเป็นต้องบังคับ ก็จะชี้แจงว่าเป็นระเบียบข้อบังคับ มีฐานะเหมือนกฎหมายแต่บังคับใช้เฉพาะกับสมาชิกของสถาบัน มีกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนโดยสถาบันมีผู้รับผิดชอบเอาจริงกับการไต่สวนและพิจารณาความผิดตลอดจนลงโทษตามมาตรการของกฎหมายเพื่อมิให้ระเบียบการเป็นหมัน หากบังคับไม่ได้ก็อย่าประกาศเป็นระเบียบการจะดีกว่า

3.บางข้อเป็นคุณธรรมที่ไม่มีกฎบังคับและสถาบันไม่เห็นความจำเป็นที่จะบังคับให้ปฏิบัติ แต่ก็อยากจะสนับสนุนให้มีการปฏิบัติด้วยความสมัครใจ เพราะจะเป็นคุณเพิ่มเติมแก่สถาบัน สถาบันจึงจัดอบรมโดยเชิญผู้รู้มาอบรมด้วยการเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผล ให้ชักชวนให้ทำดีมากกว่าที่กฎหมายบังคับ เป็นการทำดีที่น่าสรรเสริญยิ่ง มีการยกย่องให้รางวัลเป็นกำลังใจก็ยิ่งดี เพราะทำด้วยความสำนึกว่าเป็นกิจจิตอาสาควรยกย่องสรรเสริญ ให้ความสุขชื่นใจทั้งแก่ผู้ได้รับบริการและผู้ให้บริการ ที่ไม่ออกคำสั่งเป็นกฎหมายหรือระเบียบการก็เพราะไม่ควรออกกฎมากเกินจำเป็น และเมื่อออกเป็นกฎเมื่อใดก็ลดคุณค่าผู้อยากทำดีเพราะเป็นความดี ทั้งยังลดศักดิ์ศรีของสถาบันในฐานที่ต้องออกกฎบังคับเกินจำเป็น ดูแล้วเหมือนกับไม่ให้เกียรติมวลสมาชิก

4. บางข้อเป็นศีลธรรม คือคำสอนของศาสนาที่พัฒนาคุณภาพชีวิตของมวลสมาชิกของศาสนาอันยังผลถึงโลกหน้า เป็นคุณค่าที่สูงส่งและเป็นศักดิ์ศรีของคนทั้งชาติ จึงควรให้เกียรติและโอกาสแก่ทุกศาสนาที่ได้รับเชิญมาทำการแพร่ธรรมทั้งในรูปขององค์การศาสนาหรือในรูปของมูลนิธิการกุศลก็ตาม 5.บางข้อมาจากวัฒนธรรมอันดีงามของชาติซึ่งควรจะช่วยกันอนุรักษ์ให้เป็นมรดกอันมีค่าและเพิ่มคุณค่าให้แก่คนทั้งชาติ
แต่ละเรื่องควรมีการสอนในหลักสูตรให้รู้ ตามหลักวิชาการ แต่เรื่องจริยธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรมต้องมีการอบรมเป็นประจำให้ทำจนเคยชินด้วยความสนใจและมีความสุขที่จะทำ จึงต้องมีนักปรัชญาอบรมจริยธรรม นักการศาสนาอบรมศีลธรรม มีนักอนุรักษ์อบรมวัฒนธรรม

อยากเห็นสมัชชา(จะเรียกชื่ออย่างไรไม่สำคัญ) ตระหนักความสำคัญดังกล่าว และจัดให้มีผู้รู้แต่ละเรื่องทำแต่ละเรื่อง ไม่ใช่คนคนเดียวหรือกลุ่มเดียวทำทุกอย่าง ยิ่งสมัชชาลงไปทำทุกเรื่องเสียเอง ก็ยิ่งหมดหวัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s