ธรรมะกับการปกครอง

พระมหาสุริยา สุเมโธ (ด้วงติลี)

สังคมปัจจุบันที่ผู้นำขาดคุณธรรมจริยธรรมกันมาก ไม่สามารถนำพาองค์กรด้วยความชอบธรรมได้ แม้ว่าจะสามารถนำพาองค์กรให้อยู่รอดได้ แต่ความมั่นคงทางใจ และความสุขในการทำงานอาจน้อยลงอันมีส่วนมาจากความคลาดเคลื่อนจากธรรมของคนในองค์กรที่อยู่ในระบบของการถูกบีบคั้นให้คอร์รัปชั่น ชิงดีชิงเด่น ปกป้องตำแหน่งและฐานอำนาจ กอบโกยผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง

Continue reading “ธรรมะกับการปกครอง”

ท่าทีใหม่ต่อพุทธธรรมาภิบาล

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)

จากการศึกษาแนวคิดธรรมาภิบาลกับแนวคิดในพระพุทธศาสนาด้านการปกครอง มักมีจะมีทรรศนะตรงกันว่า มีฐานคิดที่เป็นจุดมุ่งเน้นที่แตกต่างกัน  นั่นคือ ธรรมาภิบาลเป็นหลักการเชิงกฎ มุ่งเน้นระบบ กฎ ในขณะที่พระพุทธศาสนาในด้านการปกครองมุ่งเน้นที่ตัวคน ได้แก่ คุณสมบัติของผู้ปกครอง ในขณะที่เมื่อพิจารณาในระดับบริสุทธิ์แล้ว พุทธธรรมาภิบาล มิได้มีขอบข่ายเพียงเท่านั้น แต่ยังมีธรรมอันเป็นหลักในการประพฤติเพื่ออยู่ร่วมกัน และธรรมอันเป็นพื้นฐานประพฤติดีของแต่ละคน เป็นสำคัญ โดยถือว่า ผู้ปกครองจะต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ทำหน้าที่ปกครองได้อย่างดี จึงจะสามารถปกครองชุมชน สังคม หรือประเทศชาติได้อย่างสันติสุขและเจริญก้าวหน้าได้ ธรรมสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคม ธรรมสำหรับเกื้อกูลในการดำรงอยู่ร่วมกัน และธรรมที่เกื้อกูลในการบำเพ็ญภาวนา

Continue reading “ท่าทีใหม่ต่อพุทธธรรมาภิบาล”

ทบทวนคิดเรื่องการปกครองที่ดี

พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)

คนทั่วไปทำงานทำการต่างๆ ก็เพื่อให้มีเสื้อผ้าสวมใส่ มีข้าวปลาอาหารกิน เลี้ยงปากท้องตนและคนในครอบครัว เพื่อจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่น ทำให้ชีวิตที่เรียบง่ายของตนเองผ่านไปอย่างตลอดรอดฝั่ง สิ่งที่ต้องการจากการปกครองจึงเป็นการค้ำประกันการดำรงอยู่เช่นนี้ การค้ำประกันนี้ต้องเป็นระบบและยั่งยืน ทำให้ผู้ปกครองเน้นความสำคัญไปที่ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความมั่นคงของประเทศ จึงใส่ใจในการสร้าง การผลิตและการใช้ ทั้งสิ่งของ และสถานที่ เพื่อจะแสดงถึงความมั่งคั่ง (wealthy) เมื่อมีความมั่งคั่งและความมั่นคงแล้ว การปกครองเมืองจึงราบรื่น เรียบร้อย อันเป็นอุดมคติ

Continue reading “ทบทวนคิดเรื่องการปกครองที่ดี”

เครือข่ายโครงสร้างสังคมหลังนวยุคสายกลาง

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต

หลังนวยุคสุดขั้ว (postmodern in extreme way) ได้ชี้ให้เห็นภัยของการมีเครือข่ายเชิงโครงสร้างที่ครอบงำสังคมเอาไว้ จึงได้มุ่งทำการรื้อถอน (deconstruction) โครงสร้างเหล่านี้โดยจี้ปัญหาเชิงระบบต่างๆ ด้วยวาทกรรมที่ชวนให้สะดุดคิดและทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในหลายประเทศจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทิศทางของประเทศและประชาชนไปตามอุดมคติของแต่ละคนด้วยมโนทรรศน์ที่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาในรูปไหน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลังนวยุคสายกลาง (postmodern in moderate way) มองย้อนว่า นี่ก็เป็นปัญหาอย่างใหม่เช่นกัน คือ การไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าควรจะทำอะไร และแน่นอนว่า หลังนวยุคสายกลางก็ไม่อาจให้คำตอบได้เช่นกัน การจัดการสังคมเป็นเรื่องที่นวยุค (modernism) มีความชำนาญกว่า เพราะเป็นเรื่องของระบบ แต่หลังนวยุคสายกลางสนใจการเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิมเพื่อที่จะได้เสนอแนะการแก้ไขปัญหาให้ได้รอบคอบยิ่งขึ้น การศึกษาและการเรียนรู้ต่างๆ จึงมิใช่เพื่อการวิพากษ์ แต่เป็นการใช้วิจารณญาณเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ให้แยบคาย การวิจักษ์ข้อดีข้อเสียและการวิธานเพื่อการประยุกต์ใช้ โดยมองไปที่การประยุกต์เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนและการพัฒนาคุณภาพสังคม

Continue reading “เครือข่ายโครงสร้างสังคมหลังนวยุคสายกลาง”

การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิค การศึกษาในโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยมีปัจจัยสำคัญคือ อุตสาหกรรมการศึกษา และค่านิยมในการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ การเปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาจากการศึกษาเพื่อพัฒนาปัญญา (การศึกษาสายศิลป์ liberal art education) ไปสู่การอบรมเพื่ออาชีพ (pre-professional training) ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา เนื่องจาก มาตรฐานการศึกษาเน้นย้ำภาวะการมีงานทำของบัณฑิต (ผู้จบการศึกษา) และความต้องการของผู้ปกครองและนักศึกษาในการตอบสนองความต้องการส่วนตนในการมีงานประจำทำหลังเรียนจบ การมีรายได้ที่ดี ทำให้หลักสูตรจำนวนมากเน้นการฝึกฝนทักษะไม่ว่าจะเป็นทักษะที่สอนได้ วัดผลได้ (hard skill) หรือทักษะในการทำงานกับผู้อื่นได้ (soft skill) โดยเน้นว่า ทักษะสำคัญกว่าความรู้ เพราะ ความรู้สามารถสืบค้นหาได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากผ่านเครื่องมือสำคัญคือ อินเตอร์เน็ท การศึกษาได้วางอยู่บนฐานของการผลิตแรงงานความรู้ ซึ่งเป็นผู้ใช้ความรู้ในการทำงาน จึงเน้น การใช้ความรู้ และการทำงานได้จริง โดยเชื่อว่า วิถีทางเช่นนี้จะตอบสนองต่อความต้องการของตนเองในการมีงานทำ เติมเต็ม security needs มีความมั่นคงในชีวิตทั้งด้านการงาน การเงิน และยิ่งเป็นการศึกษาในด้านที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ยิ่งมีพลังในการดึงดูดผู้เรียนมากยิ่งขึ้นไปอีก การศึกษาเพื่อการพัฒนาปัญญาส่วนตน เพื่อความรู้ และเพื่ออารยธรรมของมนุษยชาติกำลังจะหายไป กระแสการไม่แบ่งแยกสายศิลป์สายวิทย์ที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะทำให้ดูเหมือนว่าจะเปิดโอกาสในทุกวิชาได้แสดงศักยภาพและเชิญชวนผู้เรียน แต่ความอยากมีชีวิตที่มั่งคั่งร่ำรวย สุขสบายก็ยังทำให้ผู้เรียนเลือกเรียนวิชาที่จะเสริมเติมเต็มให้เขาได้มีงานทำโดยเฉพาะงานที่มีรายได้ดี และเป็นแรงต้านสำคัญของการเรียนในสาขาวิชาที่มุ่งพัฒนาปัญญาความรู้แต่ไม่มีงานรองรับ สาขาวิชาเหล่านี้จึงค่อยๆ เล็กลง มีผู้เรียนน้อยลง และอาจถูกยุบรวมไปกับสาขาวิชาอื่นๆ จนเหลือเพียงความเป็น รายวิชา (subject) … Continue reading การศึกษาเพื่อปัญญากำลังจะหายไป

วจนศูนย์นิยม

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต..

กระบวนทรรศน์นวยุคได้รวบยอดผ่านอภิปรัชญาของลัทธิปรัชญาวิเคราะห์ (Analytic Philosophy) ซึ่งเป็นการพัฒนาลัทธินิรันดรนิยม (Perennialism) ซึ่งเพลโทว์มองว่าความรู้ที่ได้จากโลกนี้เป็นความรู้ที่เป็นจริงสูงสุดไม่ได้ ความรู้อยู่ที่จิตมนุษย์ในการเข้าใจความจริงสูงสุดได้ ความจริงสูงสุด คือ มโนมติ (Ideas) ส่วนแอร์เริสถาทเถิล เห็นว่าทุกสิ่งอย่างในโลกมี 2 ส่วน คือ matter และ form และมีความเป็นนิรันดร์ แต่ทั้งเพลโทว์และแอเริสถาทเถิลต่างเห็นว่า จิตหรือปัญญาของมนุษย์เข้าถึงความจริงแท้สูงสุดได้ และความรู้ได้มาจากเหตุผลมากกว่าจากประสาทสัมผัส ดังนั้น จึงต้องศึกษาสิ่งที่คงที่ ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร มีคุณค่าของเหตุผลและคุณค่าของศาสนา และลัทธิสารัตถะนิยม (Essentialism) ที่ยึดเนื้อหา (subject matter) เป็นหลักสำคัญและเนื้อหาที่สำคัญนั้นก็ต้องได้มาจากมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับการถ่ายทอดต่อไป หล่อหลอมความคิดของมโนคนิยม (Idealism) และ สัจนิยม (Realism) เชื่อว่า ความเป็นจริง (reality) เป็นความนึกคิด (Mind) และเป็นจินตภาพ (Idea) หรือ แบบ (form) ที่มีอยู่ในจินตนาการของเรา โลกแห่งความเป็นจริงอันสูงสุด (ultimate reality) จึงเป็นโลกแห่งจินตนาการ (A world of mind) จากพื้นฐานความจริงนี้ จึงเชื่อต่อไปว่า การล่วงรู้ความจริงได้ต้องอาศัยจิต (mind) หรือปัญญา (intellect) เพื่อเข้าถึงความเป็นจริงที่มีอยู่ในจิตนภาพ เราใช้ปัญญาและความคิดในการรับรู้ความเป็นจริง เมื่อปัญญาล่วงรู้สิ่งที่เป็นจริงแล้วก็หมายถึงเรามีความรู้

Continue reading “วจนศูนย์นิยม”

ภววิทยา

ผศ.(พิเศษ) ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต…

ภววิทยา (Ontology) เป็นการศึกษาเรื่อง สภาวะแห่งสิ่งเป็นอยู่/สิ่งมีอยู่ (Being state) โดยมองว่า สิ่งเป็นอยู่ (Being) มีอยู่จริง และมีเพียงสิ่งไม่มีอยู่ (nothingness) ที่ไม่มีอยู่จริง สรรพสิ่งล้วนอุบัติขึ้น ดำรงอยู่ และมีความสัมพันธ์กับสิ่งอื่น (relation) ผ่านการรวมกลุ่มหรือสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ โดยที่ตัวของมันเองต้องทนรับกับการดึงรั้ง การบีบคั้น การหน่วงเหนี่ยว (tension) จากรอบข้าง ในขณะที่ตัวของมันเองมีศักยภาพ (potentiality) ในการวิวัฒนาการไปสู่ที่สุด (ultimate) ของตัวมันเองได้ โดยในขณะปัจจุบัน มันแสดงตนปรากฎอย่างไร (actuality) และจะมีการแปรสภาพ (becoming) ไปอย่างไร โดยการสอดประสานและการแทกแซงอย่างต่อเนื่อง (continuity) เพื่อให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปสู่ความสมดุล เป็นวัฎจักรของการเป็นอยู่ตามความเป็นจริง (อุดมคตินิยม/idealism)

Continue reading “ภววิทยา”